หนังไทยเรื่องนางไม้

หนังไทยเรื่องนางไม้

หนังไทยเรื่องนางไม้

หนังไทยเรื่องนางไม้

หนังไทยเรื่องนางไม้

เรื่องย่อ ชื่อภาษาไทย นางไม้ จัดจำหน่ายโดย ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น กำหนดฉายหนัง กรกฏาคม 2552 เรื่องย่อหนัง นางไม้ “เมย์” หญิงสาวทันสมัยวัยทำงานในสังคมเมือง ที่มีพร้อมทุกอย่าง ทั้งธุรกิจส่วนตัวที่กำลังไปได้สวย และความรักที่ได้รับจาก “นพ” ช่างภาพฝีมือดีผู้เป็นสามีของเธอ ที่ใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกันมานาน แต่ด้วยวิถีและจังหวะชีวิตแบบคนเมืองทั่วไป ที่มักใช้ชีวิตหมดไปวันๆโดยไม่มีเวลาคิดอะไร เมย์ ก็ปล่อยให้ตัวเองมีความสัมพันธ์กับชายอีกคนหนึ่ง “กรณ์” ผู้ชายอีกคนของเธอ ทั้งๆที่ กรณ์ ก็มีภรรยาอยู่แล้ว แต่ความสัมพันธ์ลับๆของทั้งคู่ก็ไม่เคยจบลง วันหนึ่ง นพ ต้องเดินทางไปทำงาน เพื่อเข้าไปถ่ายภาพธรรมชาติในป่า เขาจึงพา เมย์ ไปด้วยเพียงเพราะต้องการหาเวลาที่จะอยู่กับเธอให้มากขึ้นกว่าเดิม แต่สิ่งที่ นพ พยายามทำ กลับไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นไปกว่าเดิม เมย์ ยังคงใช้ชีวิตแบบคนทำงานในเมืองเช่นเดิม เพียงแต่แค่เปลี่ยนสถานที่จากออฟฟิสในเมืองมาเป็นเต้นท์ในป่า ท่ามกลางธรรมชาติเท่านั้น ขณะที่ นพ เริ่มออกเดินเข้าป่าเพียงลำพัง เพื่อเก็บภาพที่เขาพบเจอ กับธรรมชาติที่เงียบสงบ ที่เหมือนทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเขา เขาสามารถสื่อสารและสัมผัสธรรมชาติที่งดงามกลางป่าเปลี่ยว ที่ตัวเขาเองก็ไม่คุ้นเคย และเมื่อ นพ หายตัวไปในป่าอย่างลึกลับ เมย์ พยายามออกค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่พบสามีของเธอ เมย์ เริ่มรู้สึกว่าตัวเธอเองที่เป็นคนทำร้ายสามี ท่ามกลางความโด่ดเดี่ยวที่ เมย์ กำลังเผชิญอยู่ ยิ่งเธอเริ่มรู้สึกต้องการ นพ มากขนาดไหน นพ ก็ยิ่งห่างไกลมากขึ้นไปทุกที และขณะที่เธอกำลังเศร้าใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ จู่ๆสามีของเธอก็กลับมา แต่การกลับมาของ นพ ในครั้งนี้เขาไม่เหมือนเดิม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

ภาพยนต์ไทยสร้างจากคดีดัง  เตือนใจ คดีที่ไม่มีวันลืม

ภาพยนต์ไทยสร้างจากคดีดัง

ภาพยนต์ไทยสร้างจากคดีดัง

ภาพยนต์ไทยสร้างจากคดีดัง

ภาพยนต์ไทยสร้างจากคดีดัง หนังไทยเรื่องจริง ข่าวดังนอกจากเป็นที่สนใจในแง่ เป็นประเด็นที่สะท้อนปัญหาในสังคมแล้ว ในวงการบันเทิง หรือหนังก็มีการหยิบยกเรื่องราวเหล่านั้นมาทำเป็นหนังอยู่เสมอ เรื่องที่หยิบยกเอาคดีดังของไทยมาสร้างเป็นหนังครับ หนังแนวฆาตกรรมที่สร้างมาจากเรื่องจริง เรื่องจริงที่ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ ส่วนมากจะมาจากแฟ้มคดีสะเทือนขวัญ-ฆาตกรรม อาจจะเป็นเพราะเป็นข่าวดังทำให้มีคนสนใจ

 เตือนใจ คดีที่ไม่มีวันลืม

เตือนใจ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับ เตือนใจ พวงนาค นักศึกษาสาวซึ่งเรียนวิทยาลัยครูสวนสุนันทา ที่มีบ้านพักอยู่ในซอยปุณณวิถี (สุขุมวิท 101) แถวบางจาก กรุงเทพฯ ซึ่งขณะเดินทางกลับเข้าบ้านในซอยลึก ๆ ก็ถูกจิ๊กโก๋กลุ่มหนึ่งฉุดไปข่มขืนแล้วฆ่าทิ้งชิงทรัพย์อย่างทารุ­ณ โดยได้ทิ้งร่องรอยไว้เป็นรอยกัดที่ร่างของเธอ ก่อให้เกิดความหวาดกลัวกับหญิงสาวในยุคนั้นมาก ตำรวจจึงเริ่มสืบหาคนร้ายจากร่องรอยศพของเตือนใจ จนจับฆาตกรได้ในที่สุดเมื่อ 31 ปีที่แล้ว มีหนังไทยจากแฟ้มอาชญากรรมของตำรวจเรื่องหนึ่งที่ถือฤกษ์ออกฉายในวันนี้ วันที่ 13 ตุลาคม 2522 ที่โรงหนังสยาม-ปารีส-พาราเมาท์-วอชิงตัน นั่นคือเรื่อง เตือนใจ คดีที่ไม่มีวันลืม นำแสดงโดย สุพรรษา-อรัญญา-มลฤดี-สุรสิทธิ์-รัตนาภรณ์-เทพ-ล้อต๊อก-ดลยา-ประกายดาว สร้างโดย อดุลย์โปรดักชั่น ของ สารวัตรอดุลย์ บุญเสรฐ และกำกับการแสดงโดย ดุลย์พิจิตร์ i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.dek-d.com

 …

หนังผีไทยน่าดู หนัง ส่อง ส่ง ผี – Song Song Phee

หนัง Song-Song-Phee

หนังผีไทยน่าดู

หนังผีไทยน่าดู

หนังผีไทยน่าดู เรื่องย่อหนัง

หนัง Song-Song-Phee หรือชื่อไทยว่า ส่อง ส่ง ผี เมื่อคำสาปแห่งความตาย กลายเป็นมรดกของตระกูล ส่องส่งผี : เป็นเรื่องราวของ “อ้อม” พร้อมผองเพื่อนในเมืองหลวง เดินทางไปเยี่ยมญาติคนสุดท้ายของเธอ ที่อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร แต่พวกเขากลับต้องพากันไปพบเรื่องราวที่เหนือการคาดคิด เขย่าขวัญจนยากเกินกว่าที่พวกเขาจะหวนคืนกลับได้ นอกจากต้องเดินหน้าท้าชนกับสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวนั่น เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับ ถูกหลอกหลอนด้วยฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่หาคำตอบไม่ได้ และมันไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เมื่อพวกเขาได้รู้ว่า มันคือคำสาปแช่ง เป็นคำสาปแห่งความตาย !!! ภาพยนตร์ ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของ “ชนเผ่าไทกะโซ่” ที่นับถือบูชา “ผีฟ้าพญาแถน” โดยการรับช่วงสืบทอดต่อ จะด้วยความเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม แต่ไม่สามารถปฏิเสธหรือหลบเลี่ยงมันได้… i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.thaiware.com…

Wolf Warrior 2 หนังดีของจีน ภาคต่อของหนังแอ๊คชั่นในปี ค.ศ.๒๐๑๕

Wolf Warrior 2

Wolf Warrior 2 หลังจากครึ่งปีที่ผ่านมาหนังจากประเทศจีนไม่ได้สร้างสถิติหวือหวาเหมือนปีที่ผ่านๆ มา ปล่อยให้ The Fate of The Furious ภาคต่อของหนัง

Wolf Warrior 2 รถเรื่องดังทำเงินในจีนไปเป็นอันดับ ๑ เดือนที่ผ่านมาก็เกิดหนังจีนที่ทำเงินอย่างถล่มทลายจนทำลายสถิติต่างๆ เป็นประวัติการณ์ได้อีกครั้ง

Wolf Warrior 2 เข้าฉายเมื่อ ๒๗ กรกฎาคมที่ผ่านมา และใช้เวลาเพียง ๑๒ วัน ก็สามารถทำเงินกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของจีนด้วยรายได้ถึง ๕๒๑ ล้านเหรียญฯ หรือ ๓,๕๐๐ ล้านหนวน เฉพาะในประเทศเท่านั้น แซงสถิติที่เคยทำไว้เมื่อปีก่อนของ Mermaid หนังตลกแฟนตาซีของ โจวซิงฉือ ไปได้อย่างสบายๆ (๕๒๐ ล้านเหรียญฯ) รายได้ดังกล่าวยังสูงกว่าหนังทำเงินสูงสุดในปีนี้ของสหรัฐอเมริกาอย่าง Beauty and The Beast เสียอีก(หนังรีเมคอนิเมชั่นกลายเป็นคนแสดงเรื่องดังกล่าวทำเงินเฉพาะในสหรัฐอเมริกาไป ๕๐๔ ล้านเหรียญฯ) ปัจจุบันหนังทำเงินไปแล้วถึง ๘๓๘ ล้านเหรียญฯ แม้ในตลาดโลกจะทำเงินเพียงน้อยนิด แต่ในตลาดหนังประเทศเดียว(ไม่รวมรายได้จากตลาดทั่วโลก) นี่คือหนังที่ทำเงินสูงสุดเป็นอันดับ ๒ ของโลก เอาชนะ Titanic และ Avatar เป็นรองเพียง Star Wars: The Force Awakens (๒๐๑๕ – ทำรายได้ในสหรัฐอเมริกา ๙๓๖ ล้านเหรียญฯ)

ด้วยรายได้ดังกล่าวทำให้หนังติดอันดับหนึ่งร้อยหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลโดยนับเป็นหนังที่สร้างนอกฮอลลีวู้ดเรื่องเดียวในทั้งหมดร้อยเรื่อง และประกาศเตรียมสร้างภาคสามต่อแล้ว

มันเป็นภาคต่อของหนังแอ๊คชั่นในปี ค.ศ.๒๐๑๕ ที่ใช้ทุนสร้าง ๓๐ ล้านเหรียญฯ i99bet เท่านั้นว่าด้วย เหลงเฟิง(อู๋จิง) ภาคนี้เล่าเหตุการณ์ต่อจากภาคก่อนหลังจากทหารหน่วยพิเศษได้ไปปราบปรามขบวนการค้ายาในเขตซินเจียง ภาคนี้เหลงเฟิงได้เข้าไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ผลิตยารักษาโรคให้รอดพ้นจากการโจมตีของกองกำลังฝ่ายกบฎ และผู้ค้าอาวุธสงครามในแอฟริกาใต้ ภาคแรกนั้นทำเงินไปไม่น้อยเลย(๘๙ ล้านเหรียญฯ) แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าหนังภาคต่อที่แม้จะได้คำวิจารณ์ที่ดีกว่าจะทำเงินไปไกลมากถึงขั้นนี้

ต่อไปนี้คือเหตุผลที่ Wolf Warrior 2 ประสบความสำเร็จ และตลาดหนังจีนยังคงรุ่งโรจน์เข้าสู่โอกาสที่จะกลายเป็นตลาดหนังที่ใหญ่ที่สุดของโลก ผิดกับตลาดหนังในสหรัฐอเมริกาที่ซบเซาเพราะการแข่งขันเชิงรุกจากบริการดูหนังแบบสตรีมมิ่ง

Wolf Warrior 2

เพราะมันเป็นหนังปลุกใจชาวจีนที่ไร้คู่แข่ง
ทุกๆ ปีหนังในประเทศจะมีการผลิตหนังที่มีแนวคิดชาตินิยมปลุกใจคนในประเทศอยู่ทุกปี แต่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหนังในประเทศยังไม่มีหนังแนวนี้ที่โดดเด่นออกฉายสักเรื่อง ส่วนใหญ่หนังที่ดังๆ เป็นหนังแฟนตาซี หนังตลก หรือหนังแอ๊คชั่นปนตลกทั้งสิ้น อีกทั้งที่ผ่านมายังไม่มีหนังเรื่องไหนในประเทศที่สามารถทำเงินได้น่าพอใจนับตั้งแต่ช่วงตรุษจีน คนดูกำลังรอหนังที่มีคุณภาพและสร้างความบันเทิงให้ได้ การมา Wolf Warrior 2 จึงกลายเป็นหนังแนวนี้ที่เข้าฉายโดยไร้คู่แข่ง
เพราะมันแสดงภาพลักษณ์อันเกรียงไกรของกองทัพจีน
หลู่เผิง นักวิจัย ด้านภาพยนตร์และวัฒนธรรมของ Shanghai Academy of Social Sciences กล่าวว่าเหตุผลสำคัญที่หนังประสบความสำเร็จเพราะมันจับประเด็นชาตินิยมที่เปลี่ยนแปลงไปของชาวจีน เพราะในขณะที่หนังชาตินิยมแบบเดิมมักเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ย้อนยุค หนังแอ๊คชั่นเรื่องนี้กลับอิงกับเหตุการณ์ในช่วงเวลาปัจจุบัน ซึ่งตัวเอกแสดงให้เห็นถึงฝีมือของหน่วยรบ และความเกรียงไกรของกองทัพชาวจีนที่เข้าถึงได้มากกว่าเรื่องราวของคนยุคก่อน อีกทั้งหนังยังเข้าฉายในช่วงครบรอบ ๙๐ ปีของการสถาปนากองทัพปลดปล่อยประชาชนในประเทศจีนอีกด้วย
เพราะมันมีความบันเทิงด้วยฉากแอ๊คชั่นที่ยอดเยี่ยม
หนังได้รับคำชมในส่วนของฉากแอ๊คชั่นที่ได้มาตรฐานทัดเทียมฮอลลีวู้ดจากทีมงานระดับสกาล ไม่ว่าจะเป็นกำกับฉากต่อสู้โดย แซม ฮาร์กรีฟส์ และ ออกแบบท่าต่อสู้โดย อารอน โทนี่ย์(Captain America: Civil War) และเทคนิคพิเศษด้านภาพโดย ไรอัน ดี.โรเมโร่(Spider-Man: Homecoming) รวมถึงมันยังแสดงโดย อู๋จิง แอ๊คชั่นสตาร์อายุ ๔๓ ปี ที่เล่นหนังมา ๒๐ ปี เขาคือหนึ่งในเด็กปั้นของ ฉีเคอะและหยวนวูปิงแต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในบทนำจริงๆ สักครั้ง เพิ่งจะมี Wolf Warrior ภาคแรกนั่นเองที่ทำเงินในจีน จึงรับประกันได้ถึงการแสดงบทแอ๊คชั่นที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ดาราที่โด่งดังกว่าอย่าง เฉินหลง หรือ ดอนนี่ เยน โดยงานชิ้นนี้ยังเป็นงานกำกับของเขาเองอีกด้วย
เพราะมันแสดงถึงฮีโร่แบบปัจเจก
หยู่ยู่ซาน รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหารของ Dadi Film Group กล่าวว่าหนังสร้างควมประทับใจให้กับผู้ชมเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่หนังในประเทศสร้างฮีโร่ที่ราวกับมาจากหนังฮอลลีวู้ดได้สำเร็จ “ภาพลักษณ์ของประเทศจีนในทั่วโลกต่างไปจากเดิมแล้วครับ และผู้คนรู้สึกได้ถึงเรื่องนี้จริงๆ” เขาเสริมว่าในอดีตหนังแนวชาตินิยม มักเน้นเรื่องความสามัคคีหรือร่วมแรงร่วมใจกัน(และมักหนีไม่พ้นการถูกครหาว่าเป็นหนังโฆษณาชวนเชื่อพรรคคอมมิวนิสต์ เช่น The Founding of a Republic ในปี ค.ศ.๒๐๐๙) แต่ Wolf Warrior 2 ต่างออกไป มันเป็นหนังที่แสดงความเป็นฮีโร่แบบปัจเจก เช่นเดียวกับชาวจีนที่มีลักษณะมีรูปแบบชีวิตดังกล่าวมากขึ้น และเติบโตพอจะรับรู้ถึงมุมมองนี้แล้ว
เพราะทำเงินในเมืองเล็กได้ด้วย
ไม่ใช่แค่สร้างปรากฎการณ์ทำเงินเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ อย่างปักกิ่ง หรือเซี่ยงไฮ้ แต่ในเมืองเล็กๆ ยังทำเงินได้ดีมากอีกด้วย ซึ่งหยู่ยู่ซาน ให้เหตุผลว่า “คนในเมืองเล็กๆ ดูหนังฮอลลีวู้ดสไตล์ฮีโร่ข้ามาคนเดียวไม่มากนัก และพอเป็นในประเทศก็ช่วยดึงดูดความสนใจมากขึ้น”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sarakadee.com…

รีวิว BRIGHT – แฟนตาซีฉบับตำรวจห่ามของเดวิด เอเยอร์

รีวิว BRIGHT หลังถูกยิงจนบาดเจ็บสาหัส ดาร์ริล วอร์ด (วิล สมิธ) จำใจต้องทำงานกับ นิค จาโคบี (โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน)

รีวิว BRIGHT ตำรวจเผ่าออร์คนอกคอกที่ถูกกล่าวหาว่าปล่อยคนร้ายเผ่าพันธุ์ตนเองหนีไป และท่ามกลางวิกฤติศรัทธานั้นทั้งคู่จำเป็นต้องร่วมมือกันปกป้อง ทิกก้า (ลูซี่ ฟราย) และไม้กายสิทธิของเธอจาก เลย์ลาห์ (นูมิ ราพาซ) ปีศาจเอลฟ์ที่หวังใช้ไม้กายสิทธิปลุกชีพเจ้าแห่งความมืดให้กลับมาครองโลก

รีวิว BRIGHT

หลังคว่ำไม่เป็นท่าจาก Suicide Squad (2016) หนังรวมเหล่าร้ายค่าย DC เดวิด เอเยอร์ ผู้คร่ำหวอดกับหนังตำรวจก็กลับมาหาแนวทางที่ตนคุ้นเคยเพราะแม้ BRIGHT จะถูกวางให้เป็นหนังแฟนตาซีแต่จุดศูนย์กลางของเรื่องคือเรื่องราวของตำรวจชั้นผู้น้อยที่ต้องต่อสู้กับการคอรัปชั่นขององค์กรและต่อสู้กับความต่างทางชาติพันธุ์จนได้กลิ่นอายจากงานเก่าๆอย่าง End of Watch (2012), Sabotage (2014) หรืองานเขียนบทสร้างชื่ออย่างTraining Day (2001) อยู่กลายๆ ซึ่งคราวนี้เอเยอร์จับมนุษย์มาทำงานกับออร์คโดยมีความหวาดระแวงทางชาติพันธุ์มาเป็นจุดขัดแย้งสำคัญซึ่งนอกจากจะทำให้เรื่องราวมีความเข้มข้นทั้งดราม่าจากตัวละครต่างขั้วแล้ว เอเยอร์ยังถือโอกาสหยิบจับเศษเสี้ยวของวรรณกรรมแฟนตาซีอย่าง The Lord of the Rings และ Harry Potter มาดีไซน์โลกของตัวละครเพื่อเป็นการเปรียบเปรย (Allegory) กับปัญหาชาติพันธุ์ในอเมริกาได้อย่างคมคายซึ่งเผ่าพันธุ์ออร์คก็แทบไม่ต่างจากคนผิวสีที่ถูกเหยียบหยามจากคนขาวในอเมริกาที่กลายเป็นประเด็นร้อนหลังการเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์นั่นเอง

รีวิว BRIGHT

และการที่ผมมีโอกาสได้ชม BRIGHT ในโรงภาพยนตร์ก็เป็นบทพิสูจน์ได้ดีสำหรับงานโปรดักชั่นของหนังที่ทั้งภาพและเสียงไม่ได้ด้อยไปกว่าหนังฉายโรงทั่วไปเลย มิหนำซ้ำคุณภาพอาจดีกว่าหนังบางเรื่องเสียอีกซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่กล้าหาญมากของเน็ตฟลิกซ์ที่ทุ่มทุนทำหนังฟอร์มใหญ่ขนาดนี้ลงสตรีมมิ่ง

ไม่เพียงเท่านั้นการดีงนักแสดงเกรดเออย่าง วิล สมิธ ที่เน้นเล่นแต่หนังบล็อคบัสเตอร์ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของหนังให้ดูมีมูลค่าประหนึ่งหนังฉายฟอร์มยักษ์ส่งท้ายปีอีกด้วย ซึ่งนักแสดงแต่ละคนนอกจาก วิล สมิธ ที่ยังคงเท่ในชุดตำรวจจนภาพจากหนัง Bad Boys ทั้งสองภาคกลับมาในความทรงจำของผมแล้ว

ความทุ่มเทของ โจเอล เอ็ดเกอร์ตันในบทตำรวจออร์คที่ต้องเมคอัพหน้าก่อนถ่ายครั้งละ 3 ชั่วโมงก็เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงความทุ่มเทของนักแสดง ส่วนนักแสดงสาวอย่าง นูมิ ราพาซ ก็ต้องขอบอกว่าเธอเป็นผู้ร้ายที่เท่และมีเสน่ห์มาก จนทำให้ตลอดการชม BRIGHT คือความบันเทิงทั้งสำหรับแฟนหนังและแฟนดารานำของเรื่องอย่างแท้จริง

สำหรับใครที่มีบัญชีของ Netflix อยู่แล้วก็ไม่ควรพลาดสตรีม BRIGHT มาเป็นความบันเทิงส่งท้ายปีได้แล้ววันนี้ ส่วนคนที่ยังลังเลทาง Netflix ก็ให้สิทธิชมฟรี 1 เดือนแรกและยังมีโปรโมชั่นดีๆจากทาง AIS โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.beartai.com…

รีวิวภาพยนตร์ Insidious : The Last Key : ผูกมาดี คลี่ไม่สวย

รีวิวภาพยนตร์

รีวิวภาพยนตร์ มาถึงภาคที่ 4 วิญญาณก็ยังตามติด และเนื้อหาของหนังก็ยังคงเป็นวีรกรรมของมนุษย์ป้านักปราบผี เอลิส เรนเนียร์

รีวิวภาพยนตร์ ย้อนไปเล่าเรื่องราวของเอลิส ตั้งแต่ยังเด็กกันเลยว่าเธอมีพรสวรรค์แต่พ่อที่เป็นพัสดีคุมนักโทษกลับไม่รู้สึกปลาบปลื้มกับความสามารถเห็นผีของเธอและเฆี่ยนตีเอลิสทุกครั้งที่เธอบอกว่าเห็นผีที่คอยคุกคามอยู่ในบ้านของครอบครัว ผ่านมา 63 ปี เอลิสได้รับการจ้างวานให้ไปปราบผีอีกครั้ง แต่รอบนี้บังเอิญว่าเป็นเจ้าของบ้านคนใหม่ที่ย้ายมาอยู่ในบ้านสมัยเด็กของเอลิสและวิญญาณร้ายตัวเดิมยังคงวนเวียนอยู่ เอลิสตัดสินใจกลับไปจัดการฝันร้ายในอดีตอีกครั้ง

ลีห์ วานเนล คู่หูคู่ซี้ของผู้กำกับเจมส์ วาน ยังคงกลับมาในหน้าที่เขียนบทต่อเนื่องเป็นภาคที่ 4 และก็รับบทเป็น “สเปค” หนึ่งในทีมปราบผีและเป็นตัวปล่อยมุกให้กับหนัง ที่เข้าคู่กันได้ดีกับ ทัคเกอร์คู่หูร่างใหญ่นักประดิษฐ์ มีมุกแป้กที่ทัคเกอร์พยายามเล่นอยู่ 2 ครั้งในหนังคือมุกพ้องเสียง เธอเป็น psychic = ไซคิก (หมอผี) ส่วนพวกเราเป็น Side Kick = ไซด์คิก (ลูกสมุน,ลิ่วล้อ,ลูกกระจ๊อก) แต่ในหนังใช้คำว่า แม่หมอ-ลูกหมอ

ส่วนหน้าที่ผู้กำกับจากที่ลีห์ เคยกำกับเองในภาคที่แล้ว ภาคนี้ก็โยนหน้าที่ให้กับ อดัม โรบิเทล ผู้กำกับหนังสยองขวัญหน้าใหม่ ก็มาสานต่ออารมณ์สยองได้ต่อเนื่องดี มองในด้านหนังสยองขวัญหนังตอบสนองความต้องการของแฟนหนังแนวนี้ได้เต็มอิ่ม

รีวิวภาพยนตร์

เพราะหนังวางโจทย์มาว่าบ้านเก่าของเอลิสเต็มไปด้วยวิญณาณมากมาย ฉากลุ้นสะดุ้งก็เลยมาเต็ม ไม่ต้องให้เว้นช่วงกันนาน เดี๋ยวลุ้น เดี๋ยวลุ้น แทบปิดตากันทั้งเรื่องล่ะ ห้องใต้ดินยังคงถูกใช้เป็นสมรภูมิหลักของฉากสยองเหมือนกับอีกหนึ่งแสนสองหมื่นแปดพันเรื่องก่อนหน้านี้ ดีใจนะที่บ้านเราไม่นิยมสร้างห้องใต้ดินไว้ในบ้าน

โดยรวมความน่ากลัวของภาคนี้ถือว่าทำได้ใกล้เคียงกับ Annabelle Creation ที่ได้เสียงร่ำลือถึงบรรดาฉากสยองที่อัดมาแน่นสะใจคอหนังผี แต่จุดที่ชอบที่สุดในภาคนี้คือการเล่นล่อหลอกกับคนดูให้สับสนว่าที่เห็นอยู่นี่ตกลงเป็นคนหรือผี ก็ถือว่าเป็นจุดหักมุมเล็ก ๆ กลางเรื่องได้เหมือนกันนะ

แม้ว่าหนังจะย้ายจุดศูนย์กลางเรื่องจากเดิมที่เล่าเรื่องครอบครัวแลมเบิร์ต แล้วย้ายมาเล่าเรื่องของหมอผีเอลิส แต่หนังก็ยังคงไม่ทิ้งฉากท่องปรโลกที่เป็นประเด็นหลัก ของแฟรนไชส์ Insidious ดีหน่อยที่รอบนี้ลดความเป็นแฟนตาซีของฉากปรโลก แต่ทำให้ดูน่ากลัวมากขึ้นค่อยสมกับปรโลกหน่อย

รีวิวภาพยนตร์

บทหนังของลีห์ ทำได้ดีในการสร้างปริศนาต่าง ๆ นานา ให้ชวนติดตามใคร่รู้ถึงเบื้องหลังอันดำมืดของพ่อ ที่มาของผีแต่ละตัวในบ้าน จุดประสงค์ของผีกุญแจ การเผยเบื้องหลังของเจ้าของบ้านใหม่ ประเด็นที่ใส่เข้ามานี่เยอะมาก ไม่พอยังเพิ่มครอบครัวของน้องชายเข้ามาเพิ่มอรรถรสอีกในครึ่งหลัง ให้หลานสาวของเอลิสมีพรสวรรค์เห็นผีเช่นเดียวกับป้า

บอกได้เลยว่าแต่ละประเด็นที่ระดมใส่เข้ามาทำให้หนังเดินหน้าไปอย่างสนุกสนานน่าติดตาม ผูกชนวนไว้มากรอการเฉลย แต่พอมาถึงจุดคลี่คลายนี่สิ กลับเหมือนถูกทิ้งค้าง นอกจากการสะสางปัญหาที่ดูรวบรัดง่ายดายแล้ว ปริศนาอีกมากก็ถูกเพิกเฉยทิ้งไว้ ไม่ได้มีการอธิบาย ที่มาของผีกุญแจ ผีเด็กในบ้านหายไปไหน รวมถึงกิจกรรมโหดของพ่อก็ไม่ได้ถูกขยายแล้วสุดท้ายพ่อมีจุดจบอย่างไร ประเด็นเหล่านี้ล้วนถูกละทิ้ง แต่เลือกที่จะจบแบบดราม่าความรักความผูกพันในครอบครัว แล้วก็ขึ้นปมใหม่เพื่อไปสานต่อวีรกรรมครั้งหน้าของป้าเอลิสในภาค 5

ผู้กำกับ อดัม ก็คงมาตรฐานของหนังสยองขวัญในจักรวาลของเจมส์ วาน ไว้ได้ดี มีฉากให้ลุ้นกันถี่ยิบสะใจคอหนังแนวนี้ ตุ้งแช่ถี่ ๆ บิลท์กันทั้งเสียงทั้งภาพเอาให้มันสะดุ้งกันตายไปข้างหนึ่ง บทก็ปูมาดีป้าหลานแท็กทีมกันปราบผี มีคู่หูไฮเทคเป็นแบ๊คอัพ ผูกมาดีแล้วล่ะแต่มาเสียเอาตรงการแก้ปมเนี่ยล่ะ ที่เหมือนไม่รู้จะแก้ยังไงให้สวย ก็ปล่อยมันทิ้งไปเฉย ๆ ซะงั้น กลายเป็นข้อด้อยของภาคนี้ไป แต่จะว่าไปถ้ามองตามมาตรฐานของแฟรนไชส์ INSIDIOUS ก็ไม่ได้แย่ไรหนักหนาเพราะอย่างไรแฟรนไชส์นี้ก็เป็นรองกว่า The Conjuring อยู่แล้ว คนดู INSIDIOUS เองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย ได้มาดูแล้วมีผีดุ ๆ โหด ๆ มีฉากให้ลุ้นสะดุ้งหนังก็มีให้ในระดับที่น่าพอใจ จากนี้ก็รอลุ้นต่อไปว่า เอลิส เรนเนียร์ จะครอสโอเวอร์ไปเจอกับผัวเมียปราบผีเอ็ด และ โลเรน วอร์เรน จาก The Conjuring ไหม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.beartai.com…