รีวิวภาพยนต์ Total Dhamaal

รีวิวภาพยนต์

รีวิวภาพยนต์

 

รีวิวภาพยนต์

รีวิวภาพยนต์

เรื่องย่อหนัง
หนัง Total Dhamaal คือเรื่องราวเกี่ยวกับการผจญสุดแสนวายป่วง ที่มีเงินรางวัลเดิมพันสูงถึง 500 ล้านรูปี แต่มันไม่ได้ง่ายแบบนั้น มีความจริงอะไรอยู่เบื้องหลังเงินรางวัลนี้หรือเปล่า? หรือทั้งหมดมันเป็นแค่เรื่องหลอกลวง เราจะผมกับเหตุการณ์ที่จะเปลี่ยนชีวิต ท้าทายความตาย การผจญภัยครั้งนี้จะจบลงหรือมันเป็นแค่การเริ่มต้น?

และความบ้าคลั่งและความบ้าคลั่งของเสียงหัวเราะที่ใหญ่ที่สุดยังคงดำเนินต่อไป … โทฮามาลเป็นนักแสดงตลกผจญภัยเรื่องเงิน Guddu (Ajay Devgn) เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เพื่อนร่วมงานของเขาถูกข้ามโดย Pintu (Manoj Pahwa) เพื่อนร่วมงานของพวกเขาหลังจากที่พวกเขาสามารถรับมือกับโจรที่ผิดกฎหมายได้ Guddu และนักเตะด้านข้างของเขา Johnny (Sanjay Misra) จัดการเพื่อติดตามเพื่อนร่วมงานของเขา แต่หลังจาก Pintu ได้ให้ข้อมูลของโจรถึง 3 กลุ่มอื่นคือ Avinash (Anil Kapoor) และ Bindu (Madhuri Dixit Nene) – คู่ทะเลาะกัน หย่า; Lallan (Riteish Deshmukh) & Jhingur (Pitobash Tripathy) – เจ้าหน้าที่ดับเพลิงหันผู้กระทำความผิดและพี่น้องสองคนแปลกใหม่ Aditya (Arshad Warsi) และ Manav (Javed Jaffrey) … พวกเขาทั้งหมดปฏิเสธข้อเสนอของ Guddu เพื่อแจกจ่ายเงินและการแข่งขันให้ถึงโจร เริ่มต้น ในที่สุดหลังจากอัพ & ดาวน์จำนวนมากทั้งหมดก็มาถึงสถานที่ที่กำหนด แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด มีความจริงเกี่ยวกับโจรที่ซ่อนอยู่หรือไม่? หรือพวกเขาทั้งหมดถูกหลอก? หลังจากวันที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงของชีวิตใกล้กับประสบการณ์ความตายการผจญภัยที่จะสิ้นสุดหรืออีกหนึ่งเริ่มต้น? ค้นหาว่าเรื่องราวจบลงอย่างไรและพวกเขาสามารถรับของโจรได้หรือไม่!

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.thaiware.com

เรื่องย่อภาพยนต์ Rampage – แรมเพจ วายร้ายทำลายล้าง

เรื่องย่อภาพยนต์

เรื่องย่อภาพยนต์

 

เรื่องย่อภาพยนต์

เรื่องย่อภาพยนต์  Rampage – แรมเพจ วายร้ายทำลายล้าง

เรื่องย่อหนัง
หนัง Rampage หรือชื่อไทยว่า ใหญ่ชนยักษ์ ภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัย “”Rampage”” คือเรื่องราวของนักวานรวิทยา ดาวิส โอโคเย (จอห์นสัน) ชายผู้หลบเลี่ยงห่างไกลจากผู้คน เขามีสายสัมพันธ์อันแน่นหนาที่ไม่มีวันสั่นคลอนกับจอร์จ กอริล่าหลังเงินที่เฉลียวฉลาดยิ่งกว่ากอริลล่าทั่วไปที่เขาเป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่มันเกิด แต่แล้วยีนส์แห่งความโหดร้ายในร่างมันได้เกิดการกลายพันธุ์ และเปลี่ยนกอริลล่าแสนสุภาพตัวนี้ให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่โหดร้ายตัวใหญ่ยักษ์ และทุกสิ่งเลวร้ายยิ่งขึ้น เมื่อได้มีการค้นพบว่า แท้จริงแล้วยังมีสัตว์อื่นอีกมายมายที่เกิดการกลายพันธุ์เช่นเดียวกัน พวกมันกลายเป็นนักล่าที่อยู่เหนือทุกขีวิตและมุ่งหน้าสู่อเมริกาเหนือ ทำลายทุกสิ่งที่ขวางทางของพวกมัน กลุ่มของโอโคเยและนักพันธุวิศวกรรมผู้ไม่น่าเชื่อถือต้องปกป้องแอนติโดส ต่อสู้กับอุปสรรคขวากหนามและปัญหามากมายที่มาเยือนอย่างไม่ซ้ำ ไม่เพียงเพื่อหยุดยั้งจุดจบของโลก ทว่าเพื่อช่วยสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดหวั่น ที่ครั้งหนึ่ง เคยเป็นเพื่อนของเขาเอง “”Rampage”” ยังประกอบไปด้วยนักแสดงผู้เข้าชิงออสการ์ นาโอมิ แฮร์ริส, มาลีน เอเคอร์แมน, เจค เลซี่, โจ แมนเกนเนโล่, เจฟฟรีย์ ดีน มอร์แกน ร่วมด้วย พีเจ เบิร์น, มาร์ลีย์ เชลตัน, บรีแอนน์ ฮิลล์, แจ็ค เควด, แมตต์ เจรัลด์ กำกับโดย เพย์ตันกำกับ จากบทโดยไรอัน แอนเกิล, คาร์ลตัน คิวส์, ไรอัน เจ. คอนดัล และ อดัม ซิสติคีล เรื่องโดย ไรอัน แอนเกิล ดัดแปลงจาดวีดีโอเกม Rampage “”Rampage”” อำนวยการสร้างโดย โบ ฟลินน์, จอห์น ริคการ์ด, แบรด เพย์ตัน และ ไฮแรม การ์เซีย เป็นการร่วมงานกันเป็นครั้งที่สามระหว่าง จอห์นสัน, เพย์ตัน และฟลินน์ หลังจากภาพยนตร์บล็อคบัสเตอร์เรื่องล่าสุดอย่าง “”San Andreas”” กำกับการแสดงโดย แบรด เพย์ตัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.thaiware.com

รีวิวภาพยนต์ Friend Zone : ระวัง สิ้นสุดทางเพื่อน

Friend Zone 

รีวิวภาพยนต์Friend Zone 1

รีวิวภาพยนต์  Friend Zone : ระวัง สิ้นสุดทางเพื่อน

หน้าหนังยังคงมาในสไตล์โรแมนติก-คอมมีดี้ แนวถนัดของ GDH แต่เมื่อได้ชมกับรู้สึกว่าชีวิตรักของตัวละครหลักทั้งปาล์ม และ กิ๊ง กลับไม่ได้ดำเนินมาบนเส้นทางที่พบกับความสุขหอมหวานเลยนะ ตรงกันข้ามกลับเต็มไปด้วยน้ำตา บทกิ๊งของใบเฟิร์น ร้องไห้แทบทั้งเรื่อง เริ่มตั้งแต่จับได้ว่าพ่อแอบมีเมียน้อย รู้สึกเก้อ ๆ เขิน ๆ เมื่อปาล์มเผยความรู้สึกกับกิ๊งว่าเป็นแค่เพื่อนตั้งแต่ในวัยมัธยม คบกับแฟนรุ่นพี่มา 10 ปีก็ไปมีกิ๊ก จนกระทั่งมาคบกับพี่เท็ด บทของเจสัน ยัง ก็เป็นความรักที่ดำเนิน ไปบนความหวาดระแวง วิตกกังวลตลอดเวลาว่าพี่เท็ดจะนอกใจ ต้องตามสืบอยู่ตลอดเวลา ส่วนปาล์มก็กลายเป็นสจ๊วตเจ้าเสน่ห์ มีสาว ๆ ไม่ขาดสาย แต่ก็ไม่ได้มีความสุขสมหวังสักคน เพราะแม้แต่ปากจะบอกกับกิ๊งว่าเป็นเพื่อนแต่ก็แอบรักแอบหวัง อยู่เสมอ แค่กิ๊งโทรหาปาล์มก็รีบแจ้นไปหาทุกที่ทุกเวลา แม้จะอยู่ต่างประเทศ เหมือนว่าโจทย์ถูกบังคับให้หนังจะต้องออกมาเป็นโรแมนติก-คอมมีดี้ แม้ว่าเนื้อหาบนชะตากรรมตัวละครจะเศร้าปานใด หนังก็เลยยัดเยียดมุกลงไปให้เกิดเสียงหัวเราะได้ทุก ๆ 5 นาที

 

หลายมุกทีเล่นกับสถานการณ์กระอักกระอ่วน เก้อเขิน ก็ได้ผลดี มุกที่มากับบทสนทนาแซวจิกกัดก็ได้เสียงหัวเราะไปเสียทุกครั้ง แต่บางมุกก็ฝืนเกินไป เหมือนมุกในละครหัวค่ำ อย่างตอนปาล์มเอาช็อคโกแลตลาวามาทารอบปากแทนหนวดเคราเพื่อล้อเลียนพี่เท็ด มุกที่ปาล์มแต่งเนื้อร้องแซวกิ๊งใส่ทำนองเพลง “คิดมาก” ก็ไม่ได้รู้สึกขำตาม หรือมุกลิงซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ก็ดูแล้วเหมาะกับหนังตลกสไตล์โก๊ะตี๋-น้าค่อมมากกว่านะ ถ้าไม่ต้องตั้งหน้าตั้งตาพยายามให้ตลก ลดระดับมุกต่าง ๆ ให้พอมีบ้าง แล้วไปขยี้เรื่องราวดราม่าของปาล์ม – กิ๊ง น่าจะพาไปถึงระดับน้ำตาแตกได้พอ ๆ กับ FANDAY เพราะตลอดเรื่องคนดูก็ได้รู้จักตัวตนของปาล์ม-กิ๊งมาพอดู ต่างก็ลุ้นให้คู่นี้ได้เปิดปากบอกความในใจกันเสียที ลุ้นให้ลงเอยกันเสียที i99bet  ซึ่งหนังก็เล่นกับเรื่องราวตรงนี้พอสมควร โดยเฉพาะฉากเปิดใจในห้องพักรีสอร์ท ทั้งใบเฟิร์นและนายต่างก็ทำหน้าที่ได้ดี กับฉากกดดันตึงเครียดทั้งบนจอทั้งในโรงที่ร่วมลุ้นว่าคู่นี้จะลงเอยกันอีท่าไหน สำหรับใบเฟิร์นนี่เก่งมากอยู่แล้วกับฉากอารมณ์แบบนี้ น้ำตาเหมือนสั่งได้เสมอ เป็นดาราสาวที่ร้องไห้แล้วดูน่าสงสารตลอด สำหรับนาย ณภัทร ที่เพิ่งรับงานแสดงเต็มตัวเรื่องแรกแล้วต้องมาเจอฉากอารมณ์แบบนี้ก็ถือว่าสอบผ่านนะครับ แม้ว่าหลาย ๆ ฉากจะโดนใบเฟิร์นดึงความสนใจไปหมด หนังมีฉากที่เล่นกับอารมณ์ได้เยอะมาก

 

ฉากนัดพบที่เจดีย์ชเวดากอง ฉากที่กิ๊งมาดักเจอปาล์มบนลู่จักรยาน แต่ทั้งหมดก็มาได้ในระดับอึน ๆ ตึง ๆ ยังไม่ถึงขั้นสะกิดต่อมน้ำตาได้ ถ้าผู้สร้างไม่ต้องห่วงว่าหนังจะต้องเป็นคอมมีดี้ แล้วจัดหนักกับฉากดราม่า เชื่อว่าองค์ประกอบของหนังที่ปูมาตั้งแต่ต้น กับความรักที่ไม่เจอกันสักทีของทั้งคู่ แล้วยิ่งเป็นเรื่องราวของเพื่อนรักเพื่อนที่เป็นประสบการณ์ใกล้ตัวหลาย ๆ คน ยิ่งเกินพอที่จะพาให้ฉากดราม่านี่ถึงขั้นน้ำตาแตกได้ง่าย ๆ แล้วหนังก็จะมีฉากจดจำได้มากกว่าที่เป็นอยู่นี้  การเล่าเรื่องก็ถือว่าเล่าอย่างมีลูกเล่นชั้นเชิง ไมได้เดินเรื่องแบบเส้นตรงแต่ถูกเล่าผ่านตัวปาล์มถึงชีวิตรักของเขาและกิ๊งตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน มีการเล่าสลับไทม์ไลน์ไปมา

แต่ก็ไม่ได้ชวนงง แถมมีลูกเล่นหักมุมตอนท้ายเล็ก ๆ กับบทสรุปความรักของทั้งคู่ สีสันอีกอย่างของหนังคือการใช้ประโยชน์จากอาชีพสจ๊วตของปาล์ม และการเดินสายบันทึกดนตรีนานาชาติของเท็ด เลยทำให้หนังออกแนวเยี่ยมเยียนประเทศเพื่อนบ้าน ก็เลยได้เห็นตัวละครบินไปบินมาในประเทศแถบนี้กันครบถ้วน พม่า ลาว เขมร เวียดนาม มาเลเซีย ฮ่องกง ฟิลิปปินส์

ซึ่งทีมงานก็หามุมสวย ๆ ประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้มาให้เราได้ดูกัน รวมไปถึงมุมสวย ๆ ในกระบี่ที่ดูแล้วก็อยากไปเที่ยวเหมือนกัน หนังอาจจะเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ ในชัวโมงแรก  ที่เน้นหนักไปวีรกรรมสะกดรอยตามพี่เท็ด ที่ต้องมีปาล์มติดสอยห้อยไปด้วย แต่พอเข้าช่วงท้ายที่ปาล์มตัดสินใจก้าวข้ามกำแพงความเป็นเพื่อนไปแล้ว โทนหนังก็หนักขึ้นทันที ยิ่งทำให้คนดูต้องลุ้นหนักว่าบทหนังจะลงเอยแบบไหน

Friend Zone2

จะใจร้ายหรือใจดีกับตัวละคร  Friend Zone ก็ยังอยู่ในมาตรฐานของหนัง GDH และยังคงอยู่ในกลุ่มเดียวกับผลงานก่อนหน้าของผู้กำกับหมู ชยนพ ที่เคยกำกับ เมย์ไหน…ไฟแรงเฟร่อ , Suck Seed ห่วยขั้นเทพ ซึ่งมีมุกให้ได้หัวเราะพอขำ ๆ คิก ๆ ได้ทั้งเรื่อง แต่ก็ไม่มีมุกถึงขั้นฮาแรง ๆ ชวนจดจำ เช่นเดียวกับพาร์ทดราม่าของหนังที่ก็ไมได้พาไปถึงขั้นเสียน้ำตา เป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงที่ได้ดูหนังที่มีภาพสวย ๆ เพลงเพราะ ได้สัมผัสเสน่ห์และความสามารถของใบเฟิร์น ที่ทำให้เราเดินยิ้มออกจากโรงได้ แม้จะไม่ได้เข้าคลาสเป็นหนังท็อป10 ของ GDH ก็ตาม

 

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.beartai.com…