หนังสยองขวัญสุดหลอน The Little Stranger

หนังสยองขวัญสุดหลอน

หนังสยองขวัญสุดหลอน

หนังสยองขวัญสุดหลอน The Little Stranger

หนังสยองขวัญ The Little Stranger

เตรียมตัวหลอนกันต่อกับหนังสยองขวัญเรื่องถัดมา ที่สร้างขึ้นมาจากหนังสือนิยายของ Sarah Waters ได้นำมาทำเป็นภาพยนต์สุดระทึกขวัญ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในประเทศอังกฤษ บอกเล่าเรื่องราวของนายแพทย์วัยกลางคนคนหนึ่งที่ต้องกลับไปคฤหาสน์ที่เคยมีอดีตฝังใจ เพื่อไปรักษาอาการแปลกประหลาดให้กับสมาชิกในบ้าน และต้องไปผูกพันธ์รวมถึงรับรู้เรื่องราวของคนในครอบครัวที่อาศัยอยู่ที่คฤหาสน์หลังนั้น จะเกิดอะไรขึ้นต้องคอยติดตาม

นักแสดงนำ : Domhnall Gleeson / Ruth Wilson / Will Poulter

วันกำหนดฉายในไทย : รอติดตาม (ฉายในอเมริกา 31 สิงหาคม 2561)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.shopback.co.th

รีวิวภาพยนต์ Total Dhamaal

รีวิวภาพยนต์

 

รีวิวภาพยนต์

รีวิวภาพยนต์

เรื่องย่อหนัง
หนัง Total Dhamaal คือเรื่องราวเกี่ยวกับการผจญสุดแสนวายป่วง ที่มีเงินรางวัลเดิมพันสูงถึง 500 ล้านรูปี แต่มันไม่ได้ง่ายแบบนั้น มีความจริงอะไรอยู่เบื้องหลังเงินรางวัลนี้หรือเปล่า? หรือทั้งหมดมันเป็นแค่เรื่องหลอกลวง เราจะผมกับเหตุการณ์ที่จะเปลี่ยนชีวิต ท้าทายความตาย การผจญภัยครั้งนี้จะจบลงหรือมันเป็นแค่การเริ่มต้น?

และความบ้าคลั่งและความบ้าคลั่งของเสียงหัวเราะที่ใหญ่ที่สุดยังคงดำเนินต่อไป … โทฮามาลเป็นนักแสดงตลกผจญภัยเรื่องเงิน Guddu (Ajay Devgn) เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เพื่อนร่วมงานของเขาถูกข้ามโดย Pintu (Manoj Pahwa) เพื่อนร่วมงานของพวกเขาหลังจากที่พวกเขาสามารถรับมือกับโจรที่ผิดกฎหมายได้ Guddu และนักเตะด้านข้างของเขา Johnny (Sanjay Misra) จัดการเพื่อติดตามเพื่อนร่วมงานของเขา แต่หลังจาก Pintu ได้ให้ข้อมูลของโจรถึง 3 กลุ่มอื่นคือ Avinash (Anil Kapoor) และ Bindu (Madhuri Dixit Nene) – คู่ทะเลาะกัน หย่า; Lallan (Riteish Deshmukh) & Jhingur (Pitobash Tripathy) – เจ้าหน้าที่ดับเพลิงหันผู้กระทำความผิดและพี่น้องสองคนแปลกใหม่ Aditya (Arshad Warsi) และ Manav (Javed Jaffrey) … พวกเขาทั้งหมดปฏิเสธข้อเสนอของ Guddu เพื่อแจกจ่ายเงินและการแข่งขันให้ถึงโจร เริ่มต้น ในที่สุดหลังจากอัพ & ดาวน์จำนวนมากทั้งหมดก็มาถึงสถานที่ที่กำหนด แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด มีความจริงเกี่ยวกับโจรที่ซ่อนอยู่หรือไม่? หรือพวกเขาทั้งหมดถูกหลอก? หลังจากวันที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงของชีวิตใกล้กับประสบการณ์ความตายการผจญภัยที่จะสิ้นสุดหรืออีกหนึ่งเริ่มต้น? ค้นหาว่าเรื่องราวจบลงอย่างไรและพวกเขาสามารถรับของโจรได้หรือไม่!

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.thaiware.com

เรื่องย่อภาพยนต์ Rampage – แรมเพจ วายร้ายทำลายล้าง

เรื่องย่อภาพยนต์

 

เรื่องย่อภาพยนต์

เรื่องย่อภาพยนต์  Rampage – แรมเพจ วายร้ายทำลายล้าง

เรื่องย่อหนัง
หนัง Rampage หรือชื่อไทยว่า ใหญ่ชนยักษ์ ภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัย “”Rampage”” คือเรื่องราวของนักวานรวิทยา ดาวิส โอโคเย (จอห์นสัน) ชายผู้หลบเลี่ยงห่างไกลจากผู้คน เขามีสายสัมพันธ์อันแน่นหนาที่ไม่มีวันสั่นคลอนกับจอร์จ กอริล่าหลังเงินที่เฉลียวฉลาดยิ่งกว่ากอริลล่าทั่วไปที่เขาเป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่มันเกิด แต่แล้วยีนส์แห่งความโหดร้ายในร่างมันได้เกิดการกลายพันธุ์ และเปลี่ยนกอริลล่าแสนสุภาพตัวนี้ให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่โหดร้ายตัวใหญ่ยักษ์ และทุกสิ่งเลวร้ายยิ่งขึ้น เมื่อได้มีการค้นพบว่า แท้จริงแล้วยังมีสัตว์อื่นอีกมายมายที่เกิดการกลายพันธุ์เช่นเดียวกัน พวกมันกลายเป็นนักล่าที่อยู่เหนือทุกขีวิตและมุ่งหน้าสู่อเมริกาเหนือ ทำลายทุกสิ่งที่ขวางทางของพวกมัน กลุ่มของโอโคเยและนักพันธุวิศวกรรมผู้ไม่น่าเชื่อถือต้องปกป้องแอนติโดส ต่อสู้กับอุปสรรคขวากหนามและปัญหามากมายที่มาเยือนอย่างไม่ซ้ำ ไม่เพียงเพื่อหยุดยั้งจุดจบของโลก ทว่าเพื่อช่วยสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดหวั่น ที่ครั้งหนึ่ง เคยเป็นเพื่อนของเขาเอง “”Rampage”” ยังประกอบไปด้วยนักแสดงผู้เข้าชิงออสการ์ นาโอมิ แฮร์ริส, มาลีน เอเคอร์แมน, เจค เลซี่, โจ แมนเกนเนโล่, เจฟฟรีย์ ดีน มอร์แกน ร่วมด้วย พีเจ เบิร์น, มาร์ลีย์ เชลตัน, บรีแอนน์ ฮิลล์, แจ็ค เควด, แมตต์ เจรัลด์ กำกับโดย เพย์ตันกำกับ จากบทโดยไรอัน แอนเกิล, คาร์ลตัน คิวส์, ไรอัน เจ. คอนดัล และ อดัม ซิสติคีล เรื่องโดย ไรอัน แอนเกิล ดัดแปลงจาดวีดีโอเกม Rampage “”Rampage”” อำนวยการสร้างโดย โบ ฟลินน์, จอห์น ริคการ์ด, แบรด เพย์ตัน และ ไฮแรม การ์เซีย เป็นการร่วมงานกันเป็นครั้งที่สามระหว่าง จอห์นสัน, เพย์ตัน และฟลินน์ หลังจากภาพยนตร์บล็อคบัสเตอร์เรื่องล่าสุดอย่าง “”San Andreas”” กำกับการแสดงโดย แบรด เพย์ตัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.thaiware.com

ภาพยนต์ที่สร้างจากคดีดัง เชอรี่แอน

ภาพยนต์ที่สร้างจากคดีดัง

 

ภาพยนต์ที่สร้างจากคดีดัง

ภาพยนต์ที่สร้างจากคดีดัง ข่าวดังนอกจากเป็นที่สนใจในแง่ เป็นประเด็นที่สะท้อนปัญหาในสังคมแล้ว ในวงการบันเทิง หรือหนังก็มีการหยิบยกเรื่องราวเหล่านั้นมาทำเป็นหนังอยู่เสมอ วันนี้ผมจึงนำเอาหนัง เรื่องที่หยิบยกเอาคดีดังของไทยมาสร้างเป็นหนังครับ หนังแนวฆาตกรรมที่สร้างมาจากเรื่องจริง ค่ะ

เชอรี่แอน จากคดีฆาตกรรม เด็กสาวลูกครึ่ง อายุ 16 ปี เชอรี่แอน เมื่อปี 2529 และกลายเป็นคดี แพะประวัติศาสตร์ ของวงการยุติธรรมไทย นำสูการเปลี่ยนแปลงในการรับฟังพยานบุคคลในศาล ในปัจจุบัน และ การที่กระบวนการยุติธรรมต้องชดเชยในกรณีตัดสินผิดพลาดแก่เหยื่อ ถูกสร้างเป็นหนังเมื่อปี 2544 กำกับโดย จรูญ วรรธนะสิน แสดงโดย รุ่งนภา บรู๊ค รับบท เชอรี่แอน และ ชฎาพร รัตนากร รับบท ทนายสาว, ปราบ ยุทธพิชัย วันเข้าฉาย 9 พฤศจิกายน 2544 เป็นเรื่องของ รัก 4 เส้า ชาย 1 หญิง 3 ที่มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อน ยิ่งกว่านวนิยายจน ความรัก ความหึงหวง ความอิจฉาริษยา ความโลภ นำไปสู่โศกนาฏกรรมการตาย ของ เชอรี่แอน โดยพบศพเธอที่ป่าแสมริมถนนสุขุมวิทเก่า ใกล้บางปู และมีการจับกุมนาย วิชัย ชนะพานิชย์ นักธุรกิจ พร้อมบริวาร ในฐานะผู้ต้องหาจ้างฆ่า แต่นายวิชัยรอดพ้นข้อหาได้อย่างหวุดหวิด แต่บริวาร 4 คนของเขา ก็ถูกสร้างพยานเท็จหลักฐานปลอม จนถูกศาลขั้นต้นสั่งประหารชีวิต แพะทั้งหมดต้องถูกจองจำ เผชิญชะตากรรมอันเลวร้ายในคุกไม่น้อยกว่า 6 ปี กว่ากระบวนการศาลอุทธรณ์และศาลฏีกา ภายใต้การรื้อฟื้นคดีของกองปราบ จะพิสูจน์ได้ว่าทั้ง 4 คน เป็นคนผู้บริสุทธิ์ แต่เขาทั้ง 4 ล้วนพบกับสภาพครอบครัวแตกสลาย หนึ่งคนตายในคุก สองคนออกมาเสียชีวิตหลังพ้นจากเรือนจำไม่นาน เหลืออีกหนึ่งเดียว ต้องอยู่อย่างพิการไปชั่วชีวิต (และเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลว เมื่อ 12 ตุลาคม 2555) เป็นผลจากระบบการสืบสวนผู้ต้องหา ของตำรวจเลวเพื่อเค้นให้รับสภาพ และในที่สุดก็นำไปสู่การ สืบหา ติดตาม ไล่ล่า และ จับฆาตกรตัวจริง นายสมัคร ธูปบูชาการและนายสมพงษ์ บุญญฤิทธิ์ และผู้จ้างวาน นส.สุวิมล พงษ์พัฒน์ มาลงโทษจนสำเร็จ   i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.dek-d.com…

ภาพยนต์ไทยสร้างจากคดีดัง  เตือนใจ คดีที่ไม่มีวันลืม

ภาพยนต์ไทยสร้างจากคดีดัง

ภาพยนต์ไทยสร้างจากคดีดัง

ภาพยนต์ไทยสร้างจากคดีดัง หนังไทยเรื่องจริง ข่าวดังนอกจากเป็นที่สนใจในแง่ เป็นประเด็นที่สะท้อนปัญหาในสังคมแล้ว ในวงการบันเทิง หรือหนังก็มีการหยิบยกเรื่องราวเหล่านั้นมาทำเป็นหนังอยู่เสมอ เรื่องที่หยิบยกเอาคดีดังของไทยมาสร้างเป็นหนังครับ หนังแนวฆาตกรรมที่สร้างมาจากเรื่องจริง เรื่องจริงที่ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์ ส่วนมากจะมาจากแฟ้มคดีสะเทือนขวัญ-ฆาตกรรม อาจจะเป็นเพราะเป็นข่าวดังทำให้มีคนสนใจ

 เตือนใจ คดีที่ไม่มีวันลืม

เตือนใจ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับ เตือนใจ พวงนาค นักศึกษาสาวซึ่งเรียนวิทยาลัยครูสวนสุนันทา ที่มีบ้านพักอยู่ในซอยปุณณวิถี (สุขุมวิท 101) แถวบางจาก กรุงเทพฯ ซึ่งขณะเดินทางกลับเข้าบ้านในซอยลึก ๆ ก็ถูกจิ๊กโก๋กลุ่มหนึ่งฉุดไปข่มขืนแล้วฆ่าทิ้งชิงทรัพย์อย่างทารุ­ณ โดยได้ทิ้งร่องรอยไว้เป็นรอยกัดที่ร่างของเธอ ก่อให้เกิดความหวาดกลัวกับหญิงสาวในยุคนั้นมาก ตำรวจจึงเริ่มสืบหาคนร้ายจากร่องรอยศพของเตือนใจ จนจับฆาตกรได้ในที่สุดเมื่อ 31 ปีที่แล้ว มีหนังไทยจากแฟ้มอาชญากรรมของตำรวจเรื่องหนึ่งที่ถือฤกษ์ออกฉายในวันนี้ วันที่ 13 ตุลาคม 2522 ที่โรงหนังสยาม-ปารีส-พาราเมาท์-วอชิงตัน นั่นคือเรื่อง เตือนใจ คดีที่ไม่มีวันลืม นำแสดงโดย สุพรรษา-อรัญญา-มลฤดี-สุรสิทธิ์-รัตนาภรณ์-เทพ-ล้อต๊อก-ดลยา-ประกายดาว สร้างโดย อดุลย์โปรดักชั่น ของ สารวัตรอดุลย์ บุญเสรฐ และกำกับการแสดงโดย ดุลย์พิจิตร์ i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.dek-d.com

 …

หนังผีจากเค้าโครงเรื่องจริง

หนังผีจากเค้าโครงเรื่องจริง

 

หนังผีจากเค้าโครงเรื่องจริง

หนังผีจากเค้าโครงเรื่องจริง

จากเรื่องจริงสุดสยอง
ครอบครัวหนึ่งได้ซื้อบ้านโดยไม่ได้ตรวจสอบประวัติว่าบ้านหลังที่ซื้อ มีประวัติอะไรบ้าง เมื่อเข้าไปอยู่ในบ้านก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นมากมายกับคนในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็น ลูกสาวที่มักจะละเมอเดินไปเล่นในห้องน้ำ , เสียงฝีเท้าหนักๆ เดินขึ้นลงบันไดบ้านในยามค่ำคืน , เงาดำของชายร่างสูงใหญ่เดินไปมาในบ้าน , เสียงเด็กวิ่งเล่นในบ้าน , เสียงหัวเราะยามค่ำคืนของหญิงสาวปริศนา , อาหารและน้ำดื่มที่เน่าเสียและบูดเร็วผิดปกติ เวลาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ดวงวิญญาณก็ได้ยินเสียงตะโกนลั่นว่า กูไม่เอา! , การตกงานพร้อมกันของสามีและภรรยา ไปจนถึง การเสียชีวิตแบบปริศนาภายในบ้านของคุณยาย ฯลฯ เมื่อเกิดเหตุการณ์แปลกๆมากขึ้นจึงได้ลองตรวจสอบประวัติของบ้านทำให้รู้ว่า บ้านหลังนี้เมื่อประมาณ 20 ปีก่อนหน้า มีการฆาตกรรมเกิดขึ้น สามีเป็นคนฆ่าภรรยาและลูกด้วยเหตุหึงหวงและโกรธแค้นที่ภรรยาคบชู้ โดยเริ่มจากฆ่าลูกชายก่อนด้วยการกดน้ำในอ่างอาบน้ำ และเมื่อภรรยากลับมาพบก็จัดการฆ่าปาดคอภรรยา เจาะลูกตาสองข้าง ก่อนจะฆ่าตัวตายตาม หลังจากนั้น ไม่ว่าจะมีครอบครัวไหนมาซื้อบ้านหลังนี้ต่อ ก็ล้วนแล้วแต่เกิดเหตุการณ์ ร้ายๆ ฆ่ากันตายในบ้านทั้งสิ้น
ด้วยความกลัว เจ้าของบ้านจึงได้ไปหาพระและหมอผี ให้มาทำพิธีช่วยเหลือ แต่ทุกคนที่เข้ามาดูบ้านก็พร้อมใจกันปฏิเสธพร้อมกับบอกว่า “เฮี้ยน” เกินไป ให้ย้ายออก วิญญาณทุกตนที่สิงสถิตย์อยู่ที่นี่ ไม่ต้องการบุญ สิ่งที่ต้องการคือบ้านเท่านั้น นอกจากนั้น หมอผีหรืออาจารย์ทุกคนที่เข้ามาดูบ้านให้ก็ต้องพบกับเรื่องประหลาด พากันป่วยหนักทุกคนโดยไม่มีสาเหตุ สุดท้ายครอบครัวนี้ทนความเฮี้ยนและเหตุการณ์ประหลาดต่อไปไม่ไหวจึงได้ย้ายออกมาและประกาศขายบ้าน แต่ด้วยประวัติของบ้านที่น่ากลัว ทำให้จนถึงปัจจุบันบ้านหลังนั้นก็ยังคงเป็นบ้านร้าง ไม่มีใครกล้ามาซื้ออีกเลย : จากข้อมูล Pantip.com
สู่ภาพยนตร์ สุดสะพรึง : My House บ้านขังวิญญาณ
ถ้าเป็นคุณจะทำยังไง เมื่อบ้านที่คุณเก็บเงินสะสมมาทั้งชีวิต พร้อมความฝันถึงความสุขในการอยู่ร่วมกันกับคนในครอบครัว ต้องสลายลงไปเพียงเพราะบ้านคุณมีเจ้าของอยู่แล้วเป็น…ผี!!!
แอน และ อิน สามีภรรยาพร้อมด้วยเชอร์รี่ ลูกสาว และ ยายอร แม่ของแอน ได้ซื้อบ้านหลังหนึ่งด้วยเงินเก็บที่มีทั้งหมด เพื่อหวังสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่บ้านใหม่นี้ไม่ได้สร้างความสุขอย่างที่แอนได้คาดหวังไว้เมื่อปรากฎเรื่องราวประหลาดหลายอย่างในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น เชอร์รี่ที่มักเดินละเมอออกไปนั่งเล่นชิงช้าทุกคืน , เสียงฝีเท้าหนักๆ เดินขึ้นลงบันไดบ้านในยามค่ำคืน , เงาดำของชายร่างสูงใหญ่เดินไปมาในบ้าน , เสียงเด็กวิ่งเล่นในบ้าน , เสียงหัวเราะยามค่ำคืนของหญิงสาวปริศนา , อาหารและน้ำดื่มที่เน่าเสียและบูดเร็วผิดปกติ เรื่องร้ายๆไม่ได้เกิดขึ้นในครอบครัวเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงหน้าที่การงาน เมื่อ แอนและ อิน ต้องมาตกงานในช่วงเวลาเดียวกัน แล้วจู่ๆอรก็ตายอย่างไม่รู้สาเหตุ ยิ่งทำให้แอนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวเธอกันแน่
แอนนำเรื่องราวที่เธอประสบไปปรึกษาอาจารย์ชวิน ผู้มีความรู้ในด้านจิตวิญญาณและสิ่งลึกลับ เขาได้เตือนให้เธอรีบออกจากบ้านหลังนี้ก่อนที่จะสายเกินไป เพราะบ้านหลังนี้มีวิญญาณร้ายสิงอยู่ และจองเวรอาฆาตทุกคนที่เข้ามาอยู่ในบ้าน หลายครอบครัวที่เคยมาอยู่บ้านหลังนี้ ล้วนแล้วแต่มีอันเป็นไปแทบทั้งสิ้น แอนจึงรีบกลับมาที่บ้านเพื่อบอกเรื่องนี้แก่อินและเชอรรี่… แต่แล้วเมื่อแอนกลับมาก็ได้เจอกับวุธ ชายผู้เป็นเจ้าของบ้านคนแรก วุธได้พาแอนเข้าไปเห็นความจริงที่น่ากลัวด้วยตาของเธอเอง แอนจึงต้องเข้าไปรับรู้และเห็นเหตุการณ์ที่เป็นต้นตอของความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในบ้าน เริ่มตั้งแต่แอนย้ายเข้ามาอยู่และตอนนี้พวกสิ่งชั่วร้ายในบ้านหลังนี้ กำลังต้องการครอบครัวของแอน มาเป็นส่วนหนึ่งในบ้านหลังนี้เช่นกัน แอนจะทำอย่างไรต่อไป ครอบครัวนี้จะต้องพบกับจุดจบเหมือนครอบครัวอื่นก่อนหน้าที่อาศัยในบ้านหลังนี้หรือไม่ ต้องติดตาม

ประสบการณ์เฮี้ยนในกองถ่าย
ผีมาบอกให้แสดงยังไง : ตุ๊กตา อุบลวรรณ ผู้รับบท “ผีนางจันทร์” เล่าว่า ก่อนหน้าจะรับบทนี้ ฝันเห็นผู้หญิงผมยาวมายืนมองหน้า 2 วันติดกัน ต่อมาเมื่อได้เจอ “อาจารย์แบงค์ สเกตช์กรรม ขยำกระดาษ” ก็ได้เล่าให้ฟัง อาจารย์แบงค์จึงบอกว่า หญิงคนดังกล่าว คือ “ผีนางจันทร์” ที่อาจารย์เคยเจอ อยากให้ตุ๊กตาเล่นหนังเรื่องนี้ บทนี้ เพราะหน้าตาของเธอละม้ายคล้ายนางจันทร์ ตนจึงรับเล่นเรื่องนี้ ต่อมาเมื่อถ่ายทำไปแล้ว มีบางฉากที่ไม่เข้าใจ ก็ได้จุดธูปถามดวงวิญญาณ ก็ปรากฎว่า เหมือนวิญญาณจะมาบอกว่าให้แสดงยังไง ต้องทำท่าไหน อะไรที่ไม่ใช่ก็จะบอกผู้กำกับ เหมือนมีอะไรดลใจให้พูดให้ทำตลอดเวลา
อาถรรพ์อื่นๆ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ : “ป้อม ออโต้บาห์น” ผู้ขับร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ภายหลังจากถ่ายทำเอ็มวีเสร็จเรียบร้อย เช้าวันรุ่งขึ้นบ้านก็โดนไฟไหม้ , มีทีมงานในกองถ่ายเห็นวิญญาณในระหว่างการถ่ายทำ ต่อมาไม่นานก็ประสบอุบัติเหตุเกือบเอาชีวิตไม่รอด  i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.painaidii.com

 …

หนังผีไทยน่าดู หนัง ส่อง ส่ง ผี – Song Song Phee

หนังผีไทยน่าดู

หนังผีไทยน่าดู

หนังผีไทยน่าดู เรื่องย่อหนัง

หนัง Song-Song-Phee หรือชื่อไทยว่า ส่อง ส่ง ผี เมื่อคำสาปแห่งความตาย กลายเป็นมรดกของตระกูล ส่องส่งผี : เป็นเรื่องราวของ “อ้อม” พร้อมผองเพื่อนในเมืองหลวง เดินทางไปเยี่ยมญาติคนสุดท้ายของเธอ ที่อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร แต่พวกเขากลับต้องพากันไปพบเรื่องราวที่เหนือการคาดคิด เขย่าขวัญจนยากเกินกว่าที่พวกเขาจะหวนคืนกลับได้ นอกจากต้องเดินหน้าท้าชนกับสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวนั่น เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับ ถูกหลอกหลอนด้วยฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่หาคำตอบไม่ได้ และมันไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เมื่อพวกเขาได้รู้ว่า มันคือคำสาปแช่ง เป็นคำสาปแห่งความตาย !!! ภาพยนตร์ ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของ “ชนเผ่าไทกะโซ่” ที่นับถือบูชา “ผีฟ้าพญาแถน” โดยการรับช่วงสืบทอดต่อ จะด้วยความเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม แต่ไม่สามารถปฏิเสธหรือหลบเลี่ยงมันได้… i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.thaiware.com…

รีวิวภาพยนต์ Friend Zone : ระวัง สิ้นสุดทางเพื่อน

รีวิวภาพยนต์Friend Zone 1

รีวิวภาพยนต์  Friend Zone : ระวัง สิ้นสุดทางเพื่อน

หน้าหนังยังคงมาในสไตล์โรแมนติก-คอมมีดี้ แนวถนัดของ GDH แต่เมื่อได้ชมกับรู้สึกว่าชีวิตรักของตัวละครหลักทั้งปาล์ม และ กิ๊ง กลับไม่ได้ดำเนินมาบนเส้นทางที่พบกับความสุขหอมหวานเลยนะ ตรงกันข้ามกลับเต็มไปด้วยน้ำตา บทกิ๊งของใบเฟิร์น ร้องไห้แทบทั้งเรื่อง เริ่มตั้งแต่จับได้ว่าพ่อแอบมีเมียน้อย รู้สึกเก้อ ๆ เขิน ๆ เมื่อปาล์มเผยความรู้สึกกับกิ๊งว่าเป็นแค่เพื่อนตั้งแต่ในวัยมัธยม คบกับแฟนรุ่นพี่มา 10 ปีก็ไปมีกิ๊ก จนกระทั่งมาคบกับพี่เท็ด บทของเจสัน ยัง ก็เป็นความรักที่ดำเนิน ไปบนความหวาดระแวง วิตกกังวลตลอดเวลาว่าพี่เท็ดจะนอกใจ ต้องตามสืบอยู่ตลอดเวลา ส่วนปาล์มก็กลายเป็นสจ๊วตเจ้าเสน่ห์ มีสาว ๆ ไม่ขาดสาย แต่ก็ไม่ได้มีความสุขสมหวังสักคน เพราะแม้แต่ปากจะบอกกับกิ๊งว่าเป็นเพื่อนแต่ก็แอบรักแอบหวัง อยู่เสมอ แค่กิ๊งโทรหาปาล์มก็รีบแจ้นไปหาทุกที่ทุกเวลา แม้จะอยู่ต่างประเทศ เหมือนว่าโจทย์ถูกบังคับให้หนังจะต้องออกมาเป็นโรแมนติก-คอมมีดี้ แม้ว่าเนื้อหาบนชะตากรรมตัวละครจะเศร้าปานใด หนังก็เลยยัดเยียดมุกลงไปให้เกิดเสียงหัวเราะได้ทุก ๆ 5 นาที

 

หลายมุกทีเล่นกับสถานการณ์กระอักกระอ่วน เก้อเขิน ก็ได้ผลดี มุกที่มากับบทสนทนาแซวจิกกัดก็ได้เสียงหัวเราะไปเสียทุกครั้ง แต่บางมุกก็ฝืนเกินไป เหมือนมุกในละครหัวค่ำ อย่างตอนปาล์มเอาช็อคโกแลตลาวามาทารอบปากแทนหนวดเคราเพื่อล้อเลียนพี่เท็ด มุกที่ปาล์มแต่งเนื้อร้องแซวกิ๊งใส่ทำนองเพลง “คิดมาก” ก็ไม่ได้รู้สึกขำตาม หรือมุกลิงซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ก็ดูแล้วเหมาะกับหนังตลกสไตล์โก๊ะตี๋-น้าค่อมมากกว่านะ ถ้าไม่ต้องตั้งหน้าตั้งตาพยายามให้ตลก ลดระดับมุกต่าง ๆ ให้พอมีบ้าง แล้วไปขยี้เรื่องราวดราม่าของปาล์ม – กิ๊ง น่าจะพาไปถึงระดับน้ำตาแตกได้พอ ๆ กับ FANDAY เพราะตลอดเรื่องคนดูก็ได้รู้จักตัวตนของปาล์ม-กิ๊งมาพอดู ต่างก็ลุ้นให้คู่นี้ได้เปิดปากบอกความในใจกันเสียที ลุ้นให้ลงเอยกันเสียที i99bet  ซึ่งหนังก็เล่นกับเรื่องราวตรงนี้พอสมควร โดยเฉพาะฉากเปิดใจในห้องพักรีสอร์ท ทั้งใบเฟิร์นและนายต่างก็ทำหน้าที่ได้ดี กับฉากกดดันตึงเครียดทั้งบนจอทั้งในโรงที่ร่วมลุ้นว่าคู่นี้จะลงเอยกันอีท่าไหน สำหรับใบเฟิร์นนี่เก่งมากอยู่แล้วกับฉากอารมณ์แบบนี้ น้ำตาเหมือนสั่งได้เสมอ เป็นดาราสาวที่ร้องไห้แล้วดูน่าสงสารตลอด สำหรับนาย ณภัทร ที่เพิ่งรับงานแสดงเต็มตัวเรื่องแรกแล้วต้องมาเจอฉากอารมณ์แบบนี้ก็ถือว่าสอบผ่านนะครับ แม้ว่าหลาย ๆ ฉากจะโดนใบเฟิร์นดึงความสนใจไปหมด หนังมีฉากที่เล่นกับอารมณ์ได้เยอะมาก

 

ฉากนัดพบที่เจดีย์ชเวดากอง ฉากที่กิ๊งมาดักเจอปาล์มบนลู่จักรยาน แต่ทั้งหมดก็มาได้ในระดับอึน ๆ ตึง ๆ ยังไม่ถึงขั้นสะกิดต่อมน้ำตาได้ ถ้าผู้สร้างไม่ต้องห่วงว่าหนังจะต้องเป็นคอมมีดี้ แล้วจัดหนักกับฉากดราม่า เชื่อว่าองค์ประกอบของหนังที่ปูมาตั้งแต่ต้น กับความรักที่ไม่เจอกันสักทีของทั้งคู่ แล้วยิ่งเป็นเรื่องราวของเพื่อนรักเพื่อนที่เป็นประสบการณ์ใกล้ตัวหลาย ๆ คน ยิ่งเกินพอที่จะพาให้ฉากดราม่านี่ถึงขั้นน้ำตาแตกได้ง่าย ๆ แล้วหนังก็จะมีฉากจดจำได้มากกว่าที่เป็นอยู่นี้  การเล่าเรื่องก็ถือว่าเล่าอย่างมีลูกเล่นชั้นเชิง ไมได้เดินเรื่องแบบเส้นตรงแต่ถูกเล่าผ่านตัวปาล์มถึงชีวิตรักของเขาและกิ๊งตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน มีการเล่าสลับไทม์ไลน์ไปมา

แต่ก็ไม่ได้ชวนงง แถมมีลูกเล่นหักมุมตอนท้ายเล็ก ๆ กับบทสรุปความรักของทั้งคู่ สีสันอีกอย่างของหนังคือการใช้ประโยชน์จากอาชีพสจ๊วตของปาล์ม และการเดินสายบันทึกดนตรีนานาชาติของเท็ด เลยทำให้หนังออกแนวเยี่ยมเยียนประเทศเพื่อนบ้าน ก็เลยได้เห็นตัวละครบินไปบินมาในประเทศแถบนี้กันครบถ้วน พม่า ลาว เขมร เวียดนาม มาเลเซีย ฮ่องกง ฟิลิปปินส์

ซึ่งทีมงานก็หามุมสวย ๆ ประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้มาให้เราได้ดูกัน รวมไปถึงมุมสวย ๆ ในกระบี่ที่ดูแล้วก็อยากไปเที่ยวเหมือนกัน หนังอาจจะเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ ในชัวโมงแรก  ที่เน้นหนักไปวีรกรรมสะกดรอยตามพี่เท็ด ที่ต้องมีปาล์มติดสอยห้อยไปด้วย แต่พอเข้าช่วงท้ายที่ปาล์มตัดสินใจก้าวข้ามกำแพงความเป็นเพื่อนไปแล้ว โทนหนังก็หนักขึ้นทันที ยิ่งทำให้คนดูต้องลุ้นหนักว่าบทหนังจะลงเอยแบบไหน

Friend Zone2

จะใจร้ายหรือใจดีกับตัวละคร  Friend Zone ก็ยังอยู่ในมาตรฐานของหนัง GDH และยังคงอยู่ในกลุ่มเดียวกับผลงานก่อนหน้าของผู้กำกับหมู ชยนพ ที่เคยกำกับ เมย์ไหน…ไฟแรงเฟร่อ , Suck Seed ห่วยขั้นเทพ ซึ่งมีมุกให้ได้หัวเราะพอขำ ๆ คิก ๆ ได้ทั้งเรื่อง แต่ก็ไม่มีมุกถึงขั้นฮาแรง ๆ ชวนจดจำ เช่นเดียวกับพาร์ทดราม่าของหนังที่ก็ไมได้พาไปถึงขั้นเสียน้ำตา เป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงที่ได้ดูหนังที่มีภาพสวย ๆ เพลงเพราะ ได้สัมผัสเสน่ห์และความสามารถของใบเฟิร์น ที่ทำให้เราเดินยิ้มออกจากโรงได้ แม้จะไม่ได้เข้าคลาสเป็นหนังท็อป10 ของ GDH ก็ตาม

 

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.beartai.com…

Wolf Warrior 2 หนังดีของจีน ภาคต่อของหนังแอ๊คชั่นในปี ค.ศ.๒๐๑๕

Wolf Warrior 2 หลังจากครึ่งปีที่ผ่านมาหนังจากประเทศจีนไม่ได้สร้างสถิติหวือหวาเหมือนปีที่ผ่านๆ มา ปล่อยให้ The Fate of The Furious ภาคต่อของหนัง

Wolf Warrior 2 รถเรื่องดังทำเงินในจีนไปเป็นอันดับ ๑ เดือนที่ผ่านมาก็เกิดหนังจีนที่ทำเงินอย่างถล่มทลายจนทำลายสถิติต่างๆ เป็นประวัติการณ์ได้อีกครั้ง

Wolf Warrior 2 เข้าฉายเมื่อ ๒๗ กรกฎาคมที่ผ่านมา และใช้เวลาเพียง ๑๒ วัน ก็สามารถทำเงินกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของจีนด้วยรายได้ถึง ๕๒๑ ล้านเหรียญฯ หรือ ๓,๕๐๐ ล้านหนวน เฉพาะในประเทศเท่านั้น แซงสถิติที่เคยทำไว้เมื่อปีก่อนของ Mermaid หนังตลกแฟนตาซีของ โจวซิงฉือ ไปได้อย่างสบายๆ (๕๒๐ ล้านเหรียญฯ) รายได้ดังกล่าวยังสูงกว่าหนังทำเงินสูงสุดในปีนี้ของสหรัฐอเมริกาอย่าง Beauty and The Beast เสียอีก(หนังรีเมคอนิเมชั่นกลายเป็นคนแสดงเรื่องดังกล่าวทำเงินเฉพาะในสหรัฐอเมริกาไป ๕๐๔ ล้านเหรียญฯ) ปัจจุบันหนังทำเงินไปแล้วถึง ๘๓๘ ล้านเหรียญฯ แม้ในตลาดโลกจะทำเงินเพียงน้อยนิด แต่ในตลาดหนังประเทศเดียว(ไม่รวมรายได้จากตลาดทั่วโลก) นี่คือหนังที่ทำเงินสูงสุดเป็นอันดับ ๒ ของโลก เอาชนะ Titanic และ Avatar เป็นรองเพียง Star Wars: The Force Awakens (๒๐๑๕ – ทำรายได้ในสหรัฐอเมริกา ๙๓๖ ล้านเหรียญฯ)

ด้วยรายได้ดังกล่าวทำให้หนังติดอันดับหนึ่งร้อยหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลโดยนับเป็นหนังที่สร้างนอกฮอลลีวู้ดเรื่องเดียวในทั้งหมดร้อยเรื่อง และประกาศเตรียมสร้างภาคสามต่อแล้ว

มันเป็นภาคต่อของหนังแอ๊คชั่นในปี ค.ศ.๒๐๑๕ ที่ใช้ทุนสร้าง ๓๐ ล้านเหรียญฯ i99bet เท่านั้นว่าด้วย เหลงเฟิง(อู๋จิง) ภาคนี้เล่าเหตุการณ์ต่อจากภาคก่อนหลังจากทหารหน่วยพิเศษได้ไปปราบปรามขบวนการค้ายาในเขตซินเจียง ภาคนี้เหลงเฟิงได้เข้าไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ผลิตยารักษาโรคให้รอดพ้นจากการโจมตีของกองกำลังฝ่ายกบฎ และผู้ค้าอาวุธสงครามในแอฟริกาใต้ ภาคแรกนั้นทำเงินไปไม่น้อยเลย(๘๙ ล้านเหรียญฯ) แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าหนังภาคต่อที่แม้จะได้คำวิจารณ์ที่ดีกว่าจะทำเงินไปไกลมากถึงขั้นนี้

ต่อไปนี้คือเหตุผลที่ Wolf Warrior 2 ประสบความสำเร็จ และตลาดหนังจีนยังคงรุ่งโรจน์เข้าสู่โอกาสที่จะกลายเป็นตลาดหนังที่ใหญ่ที่สุดของโลก ผิดกับตลาดหนังในสหรัฐอเมริกาที่ซบเซาเพราะการแข่งขันเชิงรุกจากบริการดูหนังแบบสตรีมมิ่ง

Wolf Warrior 2

เพราะมันเป็นหนังปลุกใจชาวจีนที่ไร้คู่แข่ง
ทุกๆ ปีหนังในประเทศจะมีการผลิตหนังที่มีแนวคิดชาตินิยมปลุกใจคนในประเทศอยู่ทุกปี แต่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหนังในประเทศยังไม่มีหนังแนวนี้ที่โดดเด่นออกฉายสักเรื่อง ส่วนใหญ่หนังที่ดังๆ เป็นหนังแฟนตาซี หนังตลก หรือหนังแอ๊คชั่นปนตลกทั้งสิ้น อีกทั้งที่ผ่านมายังไม่มีหนังเรื่องไหนในประเทศที่สามารถทำเงินได้น่าพอใจนับตั้งแต่ช่วงตรุษจีน คนดูกำลังรอหนังที่มีคุณภาพและสร้างความบันเทิงให้ได้ การมา Wolf Warrior 2 จึงกลายเป็นหนังแนวนี้ที่เข้าฉายโดยไร้คู่แข่ง
เพราะมันแสดงภาพลักษณ์อันเกรียงไกรของกองทัพจีน
หลู่เผิง นักวิจัย ด้านภาพยนตร์และวัฒนธรรมของ Shanghai Academy of Social Sciences กล่าวว่าเหตุผลสำคัญที่หนังประสบความสำเร็จเพราะมันจับประเด็นชาตินิยมที่เปลี่ยนแปลงไปของชาวจีน เพราะในขณะที่หนังชาตินิยมแบบเดิมมักเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ย้อนยุค หนังแอ๊คชั่นเรื่องนี้กลับอิงกับเหตุการณ์ในช่วงเวลาปัจจุบัน ซึ่งตัวเอกแสดงให้เห็นถึงฝีมือของหน่วยรบ และความเกรียงไกรของกองทัพชาวจีนที่เข้าถึงได้มากกว่าเรื่องราวของคนยุคก่อน อีกทั้งหนังยังเข้าฉายในช่วงครบรอบ ๙๐ ปีของการสถาปนากองทัพปลดปล่อยประชาชนในประเทศจีนอีกด้วย
เพราะมันมีความบันเทิงด้วยฉากแอ๊คชั่นที่ยอดเยี่ยม
หนังได้รับคำชมในส่วนของฉากแอ๊คชั่นที่ได้มาตรฐานทัดเทียมฮอลลีวู้ดจากทีมงานระดับสกาล ไม่ว่าจะเป็นกำกับฉากต่อสู้โดย แซม ฮาร์กรีฟส์ และ ออกแบบท่าต่อสู้โดย อารอน โทนี่ย์(Captain America: Civil War) และเทคนิคพิเศษด้านภาพโดย ไรอัน ดี.โรเมโร่(Spider-Man: Homecoming) รวมถึงมันยังแสดงโดย อู๋จิง แอ๊คชั่นสตาร์อายุ ๔๓ ปี ที่เล่นหนังมา ๒๐ ปี เขาคือหนึ่งในเด็กปั้นของ ฉีเคอะและหยวนวูปิงแต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในบทนำจริงๆ สักครั้ง เพิ่งจะมี Wolf Warrior ภาคแรกนั่นเองที่ทำเงินในจีน จึงรับประกันได้ถึงการแสดงบทแอ๊คชั่นที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ดาราที่โด่งดังกว่าอย่าง เฉินหลง หรือ ดอนนี่ เยน โดยงานชิ้นนี้ยังเป็นงานกำกับของเขาเองอีกด้วย
เพราะมันแสดงถึงฮีโร่แบบปัจเจก
หยู่ยู่ซาน รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหารของ Dadi Film Group กล่าวว่าหนังสร้างควมประทับใจให้กับผู้ชมเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่หนังในประเทศสร้างฮีโร่ที่ราวกับมาจากหนังฮอลลีวู้ดได้สำเร็จ “ภาพลักษณ์ของประเทศจีนในทั่วโลกต่างไปจากเดิมแล้วครับ และผู้คนรู้สึกได้ถึงเรื่องนี้จริงๆ” เขาเสริมว่าในอดีตหนังแนวชาตินิยม มักเน้นเรื่องความสามัคคีหรือร่วมแรงร่วมใจกัน(และมักหนีไม่พ้นการถูกครหาว่าเป็นหนังโฆษณาชวนเชื่อพรรคคอมมิวนิสต์ เช่น The Founding of a Republic ในปี ค.ศ.๒๐๐๙) แต่ Wolf Warrior 2 ต่างออกไป มันเป็นหนังที่แสดงความเป็นฮีโร่แบบปัจเจก เช่นเดียวกับชาวจีนที่มีลักษณะมีรูปแบบชีวิตดังกล่าวมากขึ้น และเติบโตพอจะรับรู้ถึงมุมมองนี้แล้ว
เพราะทำเงินในเมืองเล็กได้ด้วย
ไม่ใช่แค่สร้างปรากฎการณ์ทำเงินเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ อย่างปักกิ่ง หรือเซี่ยงไฮ้ แต่ในเมืองเล็กๆ ยังทำเงินได้ดีมากอีกด้วย ซึ่งหยู่ยู่ซาน ให้เหตุผลว่า “คนในเมืองเล็กๆ ดูหนังฮอลลีวู้ดสไตล์ฮีโร่ข้ามาคนเดียวไม่มากนัก และพอเป็นในประเทศก็ช่วยดึงดูดความสนใจมากขึ้น”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sarakadee.com…

รีวิว BRIGHT – แฟนตาซีฉบับตำรวจห่ามของเดวิด เอเยอร์

รีวิว BRIGHT หลังถูกยิงจนบาดเจ็บสาหัส ดาร์ริล วอร์ด (วิล สมิธ) จำใจต้องทำงานกับ นิค จาโคบี (โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน)

รีวิว BRIGHT ตำรวจเผ่าออร์คนอกคอกที่ถูกกล่าวหาว่าปล่อยคนร้ายเผ่าพันธุ์ตนเองหนีไป และท่ามกลางวิกฤติศรัทธานั้นทั้งคู่จำเป็นต้องร่วมมือกันปกป้อง ทิกก้า (ลูซี่ ฟราย) และไม้กายสิทธิของเธอจาก เลย์ลาห์ (นูมิ ราพาซ) ปีศาจเอลฟ์ที่หวังใช้ไม้กายสิทธิปลุกชีพเจ้าแห่งความมืดให้กลับมาครองโลก

รีวิว BRIGHT

หลังคว่ำไม่เป็นท่าจาก Suicide Squad (2016) หนังรวมเหล่าร้ายค่าย DC เดวิด เอเยอร์ ผู้คร่ำหวอดกับหนังตำรวจก็กลับมาหาแนวทางที่ตนคุ้นเคยเพราะแม้ BRIGHT จะถูกวางให้เป็นหนังแฟนตาซีแต่จุดศูนย์กลางของเรื่องคือเรื่องราวของตำรวจชั้นผู้น้อยที่ต้องต่อสู้กับการคอรัปชั่นขององค์กรและต่อสู้กับความต่างทางชาติพันธุ์จนได้กลิ่นอายจากงานเก่าๆอย่าง End of Watch (2012), Sabotage (2014) หรืองานเขียนบทสร้างชื่ออย่างTraining Day (2001) อยู่กลายๆ ซึ่งคราวนี้เอเยอร์จับมนุษย์มาทำงานกับออร์คโดยมีความหวาดระแวงทางชาติพันธุ์มาเป็นจุดขัดแย้งสำคัญซึ่งนอกจากจะทำให้เรื่องราวมีความเข้มข้นทั้งดราม่าจากตัวละครต่างขั้วแล้ว เอเยอร์ยังถือโอกาสหยิบจับเศษเสี้ยวของวรรณกรรมแฟนตาซีอย่าง The Lord of the Rings และ Harry Potter มาดีไซน์โลกของตัวละครเพื่อเป็นการเปรียบเปรย (Allegory) กับปัญหาชาติพันธุ์ในอเมริกาได้อย่างคมคายซึ่งเผ่าพันธุ์ออร์คก็แทบไม่ต่างจากคนผิวสีที่ถูกเหยียบหยามจากคนขาวในอเมริกาที่กลายเป็นประเด็นร้อนหลังการเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์นั่นเอง

รีวิว BRIGHT

และการที่ผมมีโอกาสได้ชม BRIGHT ในโรงภาพยนตร์ก็เป็นบทพิสูจน์ได้ดีสำหรับงานโปรดักชั่นของหนังที่ทั้งภาพและเสียงไม่ได้ด้อยไปกว่าหนังฉายโรงทั่วไปเลย มิหนำซ้ำคุณภาพอาจดีกว่าหนังบางเรื่องเสียอีกซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่กล้าหาญมากของเน็ตฟลิกซ์ที่ทุ่มทุนทำหนังฟอร์มใหญ่ขนาดนี้ลงสตรีมมิ่ง

ไม่เพียงเท่านั้นการดีงนักแสดงเกรดเออย่าง วิล สมิธ ที่เน้นเล่นแต่หนังบล็อคบัสเตอร์ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของหนังให้ดูมีมูลค่าประหนึ่งหนังฉายฟอร์มยักษ์ส่งท้ายปีอีกด้วย ซึ่งนักแสดงแต่ละคนนอกจาก วิล สมิธ ที่ยังคงเท่ในชุดตำรวจจนภาพจากหนัง Bad Boys ทั้งสองภาคกลับมาในความทรงจำของผมแล้ว

ความทุ่มเทของ โจเอล เอ็ดเกอร์ตันในบทตำรวจออร์คที่ต้องเมคอัพหน้าก่อนถ่ายครั้งละ 3 ชั่วโมงก็เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงความทุ่มเทของนักแสดง ส่วนนักแสดงสาวอย่าง นูมิ ราพาซ ก็ต้องขอบอกว่าเธอเป็นผู้ร้ายที่เท่และมีเสน่ห์มาก จนทำให้ตลอดการชม BRIGHT คือความบันเทิงทั้งสำหรับแฟนหนังและแฟนดารานำของเรื่องอย่างแท้จริง

สำหรับใครที่มีบัญชีของ Netflix อยู่แล้วก็ไม่ควรพลาดสตรีม BRIGHT มาเป็นความบันเทิงส่งท้ายปีได้แล้ววันนี้ ส่วนคนที่ยังลังเลทาง Netflix ก็ให้สิทธิชมฟรี 1 เดือนแรกและยังมีโปรโมชั่นดีๆจากทาง AIS โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.beartai.com…