ดูหนังไทย

อีหล่าเอ๋ย หนุ่มสาวที่เดินตามความฝันจากอีสานสู่กรุงเทพ

ภาพยนตร์เรื่อง อีหล่าเอ๋ย เป็นภาพยนตร์ที่จะมอบความรักความผูกพันของหนุ่มสาวที่เดินทางตามหาความฝันจากดินแดนอีสานสู่กรุงเทพ โดยได้ดารานักแสดงเชื้อสายอีสานมาร่วมเล่นร่วมกันเป็นครั้งแรก

โดยจะกล่าวถึงรายละเอียดของ พง (รับบทบาทโดย ตูมตาม ยุทธนา เปื้องกลาง) เด็กวัยรุ่นจบใหม่จากจังหวัดอุบลราชธานี มุ่งหาตามหาความฝันในเมืองหลวงกรุงเทพฯ เมืองที่หลายๆคนใฝ่ฝันที่จะมาขุดทอง

พง มีพี่ชาย ชื่อ บักหำ (รับโดย นก พงศกร แสน ปากดี) รปภ หนุ่มประจำโรงงานเย็บผ้า ที่มีแฟนสาวสุดงามแสนแซ่บอย่าง เจ้เขียว (รับบบทโดย ตั๊กแตน ชลดา ทองจุลกลาง)

วันแรกที่ พง ได้มาเริ่มทำงานที่ฝ่ายซ่อมบำรุง ก็เกิดเหตุราวไม่คาดคิดขึ้น มีผู้หญิงคนหนึ่งนุ่งผ้าถุง ปรี่ตรงเข้ามาต่อยเข้าที่เข้าทางหน้าพง เรื่องราวชุนละมุนวุ่นวายอยู่พักใหญ่ทำให้ เจ้เขียวรวมทั้งบักหำจะต้องเข้ามาแยก พง ได้รู้จากปาก บักหำว่า หญิงที่ต่อยหน้า เธอชื่อ หล้า (สวมบทโดย ไข่มุก รุ่งรัตน์ เหม็งพานิช) สาวโรงงานแผนก QC (Quality Control) เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายในวันแรกของพง อยู่ในสายตาของ บิ๊ก (รับบทโดย กฤษฎิ์สพล สุทธิหิรัญดำรงค์) ลูกชายของเจ้าของโรงงานที่พึ่งจะกลับมาจากต่างประเทศ เพราะอะไรหล้าจะต้องต่อยพงและก็เรื่องราวความสนุกของพวกจะจบเช่นไร

“รักหนูมั้ย” ภาพยนตร์ล่าสุด จาก เซิ้ง โปรดักชั่น เป็นหนึ่งเรื่องราวที่อยู่ในจักรวาลของไทบ้าน

ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดจาก เซิ้ง โปรดักชั่น ที่ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาได้ประกาศออกมาว่าเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่อยู่ในจักรวาลของไทบ้าน ซึ่งในเรื่องนี้ได้ โน่ ภูวเนตร สีชมพู หนึ่งในดารานักแสดงของ ไทบ้านเดอะซีรีส์ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำกับหน้าใหม่ และก็ได้ สุรศักดิ์ ป้องศร มาเป็นโปรดิวเซอร์ช่วยควบคุมงานสร้างให้ โดยงานนี้ โน่ ภูวเนตร

เปิดเผยถึงเรื่องราวในหนัง รักหนูมั้ย ว่าจะมิได้เกี่ยวกับวัฒนธรรมอีสานหรือวิถีชีวิตที่มีวัว ควาย หรือท้องทุ่งนา แม้กระนั้นเป็นการเล่าเรื่องราวของอีสานแบบฉบับใหม่ในมุมมองของวัยรุ่นคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาอยู่ในเมือง มาเรียนหนังสือผ่านตัวผู้แสดงโดยมีฉากหลังเป็นจังหวัดศรีสะเกษ แล้วก็พื้นที่ใกล้เคียง

ซึ่งหนังยังคงได้ผู้แสดงทีมเดิมจาก ไทบ้านเดอะซีรีส์ มาร่วมแสดง นำโดย ด้งเด้ง ณัฐวุฒิ แสนยะบุตร, ต้องเต ธิติ ศรีนวล, ตาต้า ชาติชาย ชินศรี รวมทั้งนางเอกหน้าใหม่ ยีนส์ ภัทร์ธีราภรณ์ สุโพธิ์

 

 …

Love U โคกอีเกิ้ง

Love U โคกอีเกิ้ง ( เลิฟยูโคกอีเกิ้ง )การกลับมาสืบต่อความม่วนอีกรอบบนจอภาพยนตร์กับทีมดาราหนัง ‘ผู้บ่าวอินดี้-ยาหยีอินเตอร์’ ละครที่เคยทำเรตติ้งสูงสุดบนจอทีวีดิจิตอล ด้วยเรื่องราวใหม่ที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน

เมื่องานทำบุญจุดตะไล ประจำปีหมู่บ้านโคกอีเกิ้งกลายเป็นตีกันเละเทะตั้งแต่ย่างแรกที่ บักพล (เวียร์ ศุกลวัฒน์) คืนสู่ภูมิลำเนา บ้านเกิด แล้วมาพบว่า แหม่ม (เซฟฟานี อาวะนิค) ลูกครึ่งสาวอีสานที่แอบรักมานานกำลังถูกพ่อ บักจอห์นนี่ ฝรั่งขี้เหล้า บังคับแต่งงานกับลูกครึ่งฝรั่งอีสานร่วมกัน ร้อนถึงเหล่าสมาชิกวงกลองยาวโคกอีเกิ้งเริงร่าครอบครัวบักพล

นำโดย พ่อปั้น-แม่ป่อง จะต้องเฮโลมาช่วยทำให้งานแต่งงานล่ม สำเร็จให้คืนนั้นบักพลจำเป็นจะต้องพาแหม่มหนี เข้ากรุงเทพ ทิ้งจอห์นนี่ให้เสียใจหันไปพึ่งเหล้ากระทั่งเกิดเหตุราวน่าสะพรึงโดยที่สองหนุ่มสาวไม่คาดคิด

ความเฮี้ยนของผีจอห์นนี่-ผีฝรั่งเว้าอีสานตัวแรกของโลก ทำให้โคกอีเกิ้งขนหัวลุกแล้วก็ฮาปั่นป่วน ในขณะที่บักพลกับแหม่มแทบจะปล่อยใจคลุกวงในได้เสียเป็นผัวเมียก็ได้ข่าวว่าพ่อจอห์นนี่ตายแล้ว บักพลพาแหม่ม กลับมาขออโหสิ แต่ว่าผีจอห์นนี่ก็ยิ่งเฮี้ยนเล่นงาน ทำร้ายบักพลแล้วก็ครอบครัวหนัก บักพลก็เลยจะต้องพิสูจน์ความรักให้ว่าที่พ่อตาเห็นด้วยการเดิมพันชกมวยล้างหนี้สินของบักจอห์นนี่ โดยมีแหม่มกับค่ายฝึกซ้อมมวยศ.โคกอีเกิ้งของจอห์นนี่ รวมทั้งศักดิ์ศรีของชาวโคกอีเกิ้งเป็นเดิมพัน ศึกคราวนี้ของบักพลช่างใหญ่หลวงนัก ผีจอห์นนี่จะยอมรับบักพล ให้เป็นลูกเขยหรือเปล่า บักพลจะรอดหรือจะร่วงคาเวที ความสนุกสนาน ความฮา ความสยดสยองขนมากันครบ พร้อมตรึงให้ผู้ชมมาร่วมเชียร์และก็เป็นกำลังใจตะโกนร้อง เลิฟยู โคกอีเกิ้ง…8 ต.ค.นี้ในโรงภาพยนตร์

เปิดฉากสงครามวัยรุ่น สั่นสะเทือนวงการอีสปอร์ต “Mother Gamer” เกมเมอร์ เกมแม่

“สหมงคลฟิล์มฯ” เปิดตัวการทำศึกวัยรุ่น ที่น่าจับตาดูที่สุดกับหนังไทย คอเมดี้-แอคชั่น ไอเดียเยี่ยม! สะเทือนวงการอีสปอร์ตใน “Mother Gamer เกมเมอร์เกมแม่ ” เรื่องราวการแข่งขันระหว่างสองแม่ลูก “เบญจมาศ” และก็ “โอม” เมื่อลูกเลือกความฝันที่จะไปเป็นนักแข่งกีฬาอีสปอร์ตระดับประเทศ ซึ่งสวนกับอนาคตที่เธอวางแผนไว้ เบญจมาศเลยต้องหาวิธีอบรมสั่งสอนด้วยการตั้งทีม ROV พร้อมดึงแก๊งเกมเมอร์สุดเกรียน “กอบศักดิ์” , “มะปราง” , “แบงค์” รวมทั้ง “แม็ค” ไปทุบฝันของลูกให้พัง

เกมเมอร์เกมแม่

“เบญจมาศ” แม่เลี้ยงเดี่ยวรวมทั้งคุณครูสอนเลขที่เคร่งครัดเจ้าระเบียบไปเสียทุกสิ่งทุกอย่าง เธอจับได้ว่าลูกชาย “โอม” เด็กเรียนดีผู้อยู่ในโอวาทของแม่มาตลอดชีพ เป็นโปรเพลเยอร์ฝีมือฉกาจฉกรรจ์ที่โดนจับตามองมากที่สุด และก็ยังเป็นสมาชิกทีมอีสปอร์ตอันดับ 1 ของเมืองไทยอย่าง “Higher” ทั้งที่ตัวเบญจมาศเองก็ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน โอมมีเป้าหมายที่จะไปแข่งขันระดับโลกในประเทศเกาหลี

ซึ่งตรงกับวันสอบชิงทุนเพื่ออนาคตด้านการศึกษา ด้วยเหตุดังกล่าวโอมก็เลยขอปฏิเสธที่จะทำตามทางนั้น รวมทั้งขอเลือกฝันที่ใช่สำหรับตนเอง เบญจมาศรู้สึกผิดหวัง ในเมื่อการเจรจาระหว่างแม่กับลูกไม่บรรลุผล เบญจมาศก็เลยตัดสินใจทำในสิ่งที่แม่คนไหนๆก็ไม่เคยทำมาก่อน เธอตัดสินใจสร้างทีมอีสปอร์ตขึ้นมา เพื่อหวังล้มทีมของลูกชาย มันทำให้เธอจะต้องไปขอความช่วยเหลือจาก “กอบศักดิ์” เด็กหลังห้องสุดเกรียนอดีตโปรเพลเยอร์ในตำนานมาร่วมกันสร้างทีมอีสปอร์ต พร้อมระดมเหล่าวัยรุ่นเกมเมอร์ชั้นเซียนหลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น “มะปราง” , “ไกด์” , “แบงค์” รวมทั้ง “แม็ก” มารวมพลังกันภายใต้ชื่อทีมว่า “Ohmgaga” โดยมีจุดหมายสำคัญที่การเอาชนะทีม “Higher” ให้จงได้ การทำศึกเกมคราวนี้เป็นการทดสอบของทั้งคู่แม่ลูก ว่าโดยความเป็นจริงแล้วทั้งสองต้องการเอาชนะกัน เนื่องจากอีโก้และก็เป้าหมาย หรือเนื่องจากว่าที่จริงแล้ว สิ่งที่ขับเคี่ยวกันอยู่นั้น เป็นความรักของพวกเขากันแน่

คืนยุติ-ธรรม ชายหนุ่มต้องหมดอนาคต เพราะพลั้งมือยิงแฟนสาวตนเองตาย

“ มานพ ” (ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล)หนุ่มน้อยผู้มีอนาคตอันสดใสทั้งยังเรื่องการงานและก็ความรัก รวมทั้งกำลังจะแต่งงานกับ “ดวงใจ” แต่ว่าอนาคตของเขากลับจะต้องพังทลาย

เมื่อ ดวงใจ โดนนายจ้างที่ชื่อ “สิทธิชน” (กิ๊ก เกียรติ กิจเจริญ) กระทำชำเรา ทำให้มานพแค้นเคืองก็เลยไปทำร้ายสิทธิชนที่บริษัท ก่อให้เกิดสถานะการณ์ที่ไม่คาดคิดเมื่อสิทธิชนพลั้งมือยิงดวงใจตาย ส่วนมานพได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกลายเป็นผู้เป็นต้องหาในคดีฆ่าภรรยาตัวเองจนกระทั่งเขาจะต้องติดคุก

 มานพ

ภายหลังจากออกมาจากคุกเขาได้เจอกับ “กานดา” (ปูเป้ รามาวดี นาคฉัตรีย์) จิตแพทย์สาวที่อาสาเข้ามาแก้ไขอาการป่วยทางด้านจิตใจของเขา แต่ว่าแล้วเมื่อเวลาผ่านไปเธอกลับค้นพบ มานพ อีกผู้ที่เธอไม่เคยรู้ ที่ยืนขึ้นมาตั้งตนเป็นศาลเตี้ยทวงความยุติธรรมแก่สังคมด้วยความร้ายแรงในทุกค่ำคืน ยิ่งค่ำคืนล่วงเลยความร้ายแรงก็ทวีความโหดเหี้ยมจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นการนองเลือด และก็นำไปสู่ความจริงปริศนาที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมดทั้งปวง…

“ก๊อต จิรายุ” กับบทบาท “มานพ” ในภาพยนตร์ไทยเรื่อง คืน- ยุติธรรม

ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล ผู้รับบท มานพ ในภาพยนตร์ไทยเรื่อง คืน-  ยุติธรรม หนุ่มผู้มีอนาคตอันสดใสทั้งยังประเด็นการงานแล้วก็ความรัก และก็กำลังจะแต่งงานกับ “ดวงใจ” แต่ว่าอนาคตของเขากลับจะต้องพังทลาย เมื่อ ดวงใจ โดนเจ้านายที่ชื่อ “สิทธิชน” (กิ๊ก เกียรติ กิจเจริญ) ข่มขืนกระทำชำเรา ทำให้มานพแค้นเคืองก็เลยไปทำร้ายสิทธิชนที่บริษัท

นำมาซึ่งการก่อให้เกิดเรื่องราวที่ไม่คาดคิดเมื่อสิทธิชนพลั้งมือยิงดวงใจตาย ส่วนมานพได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วก็ตื่นมาพร้อมกลายเป็นผู้เป็นต้องหาในคดีฆ่าภรรยาตนเองจนกระทั่งเขาจำต้องติดคุก

ยุติธรรม

ภายหลังจากออกมาจากตารางเขาได้เจอกับ “กานดา” (ปูเป้ รามาวดี นาคฉัตรีย์) จิตแพทย์สาวที่อาสาเข้ามาเยียวยาลักษณะของการป่วยทางด้านจิตใจของเขา แม้กระนั้นแล้วเมื่อเวลาผ่านไปเธอกลับค้นพบ มานพ อีกคนที่เธอไม่รู้จัก ที่ลุกขึ้นยืนมาตั้งตนเป็นศาลเตี้ยทวงความยุติธรรมแก่สังคมด้วยความรุนแรงในทุกช่วงกลางคืน ยิ่งยามค่ำคืนผ่านพ้นความรุนแรงก็ทวีความอำมหิตกระทั่งเปลี่ยนเป็นการฆ่าฟัน แล้วก็นำมาซึ่งการก่อให้เกิดความจริงปริศนาที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด

ยุติธรรม

จากเรื่องย่อจะเห็นได้ว่าหนังเรื่องนี้มีเนื้อหาที่หนักหน่วงและก๊อต จิรายุ ต้องแสดงความสามารถแบบจัดเต็มเพื่อเข้าถึงตัวละคร ต้องพลิกสู่คาแรคเตอร์โหด+จิตเวช ไปพร้อมกันด้วย ก่อนที่เราจะไปสัมผัสความระทึก วันนี้เราขอรวมภาพของก๊อต จิรายุ มาให้ชมว่า เขาพลิกบทบาทไปมากแค่ไหน?

The Maid สาวลับใช้ หนังสยองขวัญ Original Netflix เรื่องแรกของประเทศไทย

สาวลับใช้ บอกเล่าเรื่องราวของจอย เด็กสาวคนใหม่ที่สมัครเข้ามาทำงานเป็นคนรับใช้ ประจำคฤหาสน์ อันแสนโอ่อ่า แต่ว่าเมื่อเธออยู่ไปเรื่อยๆเธอกลับเจอความไม่ปกติบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับตัวเจ้าของ รวมถึงความลับอันดำมืด ยิ่งไปกว่านี้เธอยังถูกตามล่าจากวิญญาณสาวรับใช้คนก่อนอย่างไม่มีสาเหตุว่าความจริงเกิดอะไรขึ้นกันแน่

สาวลับใช้นับว่าเป็นหนังสยองขวัญ Original Netflix เรื่องแรกของเมืองไทย ผลงานการควบคุมของลี ทองคำ ที่จับเอาเรื่องราวความลับของคฤหาสน์หรูมาเป็นตัวกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของผู้ชม ด้วยวิธีการจัดวางส่วนประกอบด้านภาพแล้วก็จัดวางสถานที่ให้มีกลิ่นอายวินเทจย้อนยุค แต่ว่าไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ด้วยเหมือนกันว่าวิธีการนำเสนอดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วทำให้หนังมีลักษณะค่อนไปทางละครเวทีประกอบกับการเล่นใหญ่ๆเกินเบอร์ของทีมนักแสดงก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกถึงความไม่ธรรมชาติรวมทั้งถูกปรุงแต่งตลอดเวลา

ที่ตลกโปกฮาที่สุดคือวิธีการออกแบบการแสดงตัวละครคุณอุมา (สาวิกา ไชยเดช) ที่เราก็ไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเธอเป็นคุณนายประจำบ้านหรือแม่เล้าซ่องโสเภณีในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กันแน่ เพราะจริตอันแสนเกินเบอร์และวิธีการแต่งตัวนั้นก็ทำให้เราอดคิดไปในทิศทางนั้นไม่ได้ (และถึงแม้หนังจะมีคำอธิบายตามมาในภายหลังมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนักเช่นกัน)

ความตลกแบบไม่ได้ตั้งใจหนัง เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงแรกของเรื่องที่สาวใช้คนก่อนที่ลาออกไปและต้องไปปรึกษากับจิตแพทย์ว่าเธอกำลังถูกวิญญาณผีตุ๊กตาลิงตามไล่ล่า แต่ด้วยการแสดงที่แข็งโป๊กของตัวแสดงยิ่งทำให้เราอดขำไม่ได้เลยจริงๆ

วิธีการแบ่งตอนของหนัง (Chapter) แม้ตัวผู้กำกับจะตั้งใจให้แต่ละช่วงทำหน้าที่ในการเล่าเรื่องได้น่าสนใจ เช่น Chapter 1 เป็นช่วงผีหลอก Chapter 2 เป็นช่วงที่หนังรีบคลี่คลายความลับในอดีต และ Chapter 3 คือบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิธีการเล่าแบบนี้ทำให้หนังถูกแยกอารมณ์ในแต่ละห้วงออกจากกันอย่างชัดเจน ช่วงแรกขายตุ้งแช่ ช่วงถัดมาขายความอิโรติกและช่วงสุดท้ายคือขายความบ้าคลั่ง แต่เมื่อรวมเป็นเนื้อเดียวกันแล้วหนังปราศจากเอกเทศและความเป็นเนื้อเดียวกันอย่างสิ้นเชิง

แม้ในแง่ของภาพรวมหนังอาจจะดูได้เรื่อย ไม่ได้น่าเบื่อหรือทนดูต่อไม่ได้ก็ตาม ก็เรากลับไม่ได้รู้สึกว่าหนังโดดเด่นในแง่ไหนสักทาง มิหนำซ้ำจังหวะต่างๆในเรื่องยังมีความผิดที่ผิดทางและเกินเบอร์ไปหลายรอบ ฉากที่เรารู้สึกว่ามันมาผิดจังหวะและไม่ได้ชวนซาบซึ้งตรึงใจคือฉากย้อนอดีตและเพลงนกขมิ้นแทนใจ หรือกระทั่งความพยายามบ้าคลั่งเป็น Kill Bill ตามสไตล์ผู้กำกับเควนติน ทารันติโน่ตอนท้ายเรื่องก็ดูอิหยังวะอยู่ไม่น้อย กล่าวรวมๆคือหนังหยิบเอาสไตล์หนังผีพีเรียดหลายๆเรื่องมายำๆรวมๆกัน

อย่างไรก็ตามถ้าจะหาหนัง Netflix ดูคั่นเวลาแล้ว “สาวลับใช้” ก็ไม่ใช่หนังที่คุณควรกดข้าม อย่างน้อยดูไว้เอาไว้คุยเมาท์กับเพื่อนในมื้อนัดกินข้าวครั้งต่อไปก็ไม่เลวครับ

หนังเก่า เรื่อง คนหอนขี้เรื้อนในคืนเดือนเสี้ยว ฉายเมื่อ 13 มกราคม พ.ศ. 2548

คนหอนขี้เรื้อนในคืนเดือนเสี้ยว

คนหอนขี้เรื้อนในคืนเดือนเสี้ยว สิงห์ กับ ใหญ่ กำลังล่าหมาป่าตัวสุดท้ายที่กัด เดือน ภรรยาสาวของสิงห์ที่กำลังท้องแก่ ที่ตึกต้องห้ามมี ตาย้อย กับหลาน ชื่อ อนิรุธ อาศัยอยู่ เป็นทายาทหมาป่าตัวสุดท้าย ที่ยังวัยเยาว์จึงถูกตาย้อยกักขังล่ามโซ่ไว้อย่างปลอดภัย ภายในห้องลับ ๆ ภายในตึกจึงเป็นที่มาของตึกต้องห้าม ซึ่งไม่มีใครกล้าเข้าไป แม้กระทั่งซอยที่เป็นที่ตั้งของตัวตึกก็ยังไม่มีใครกล้าเดินเฉียดเข้าไป ก็คงมีแต่ แฟร้งค์ หนุ่มคุ้ยเขี่ยเท่านั้นที่หนีการไล่กระทืบจาก น้าแดง กับถั่วดำ เข้าไปหลบภัยในซอยต้องห้ามและรอดตัวได้ทุกครั้ง แต่แล้วครั้งสุดท้ายนี้เอง ที่แฟร้งค์ไม่สามารถออกจากซอยได้ เนื่องจากน้าแดงกับไอ้ถั่วดำเฝ้าอยู่ปากซอยแฟร้งค์จึงหลบเข้าไปในตัวตึกต้องห้ามนั้น และคืนนั้นเป็นคืนที่พระจันทร์เต็มดวง จึงโดนอนิรุธ ผู้กลายร่างเป็นหมาป่ากัดเข้าที่ต้นคอ แฟร้งค์หนีออกมาได้ด้วยความงุนงง ขุนเดช หัวหน้าแก๊งค์คุ้ยเขี่ยผู้ฉ้อฉลและมี ขุนหนวก เลขาประจำตัวขุนเดชทราบเรื่องที่น้าแดงกับไอ้ถั่วดำไม่สามารถนำตัวแฟร้งค์มาร่วมแก๊งค์ได้ เนื่องจากแฟร้งค์หนีเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในซอยต้องห้ามทุกครั้ง ขุนเดช จึงมอบหน้าที่นี้ให้กับ ฉู่ฉี่ ดำเนินการต่อ ฉู่ฉี่ หญิงสาววัย 18 ปี ที่ทั้งห้าวและบ้าบิ่นมีความสนิทกับแฟร้งค์อยู่แล้ว จึงเข้ามาชักชวนแฟร้งค์ให้เข้าแก๊งค์ แต่แฟร้งค์ไม่ยอมเพราะกลัวขุนเดชขี้โกง ฉู่ฉี่สังเกตเห็นแฟร้งค์มีพฤติกรรมคล้ายหมาขึ้นทุกที จนฉู่ฉี่แปลกใจแต่แฟร้งค์ก็ปฏิเสธทุกครั้งไป สิงห์กับใหญ่ก็ว่าจ้างให้ขุนเดชกับพวกแก๊งค์คุ้ยเขี่ยช่วยสืบหาตัวหมาป่า

คนหอนขี้เรื้อนในคืนเดือนเสี้ยว

คืนนี้เดือนเสี้ยวแฟร้งค์ เกิดอาการเจ็บปวดขึ้นตามร่างกายและได้กลายร่างเป็นหมาป่า แต่สารรูปกลับไม่เหมือนหมาป่าตามตำนาน แต่กลับเป็นหมาป่าขี้เรือน ในขณะที่ฉู่ฉี่โดนพวกน้าแดงกับไอ้ถั่วดำฉุดกระชากหมายจะข่มขืนนั้น พอดีที่แฟร้งค์กลายร่างเป็นหมาป่าขี้เรื้อนและตามไปช่วยฉู่ฉี่ไว้ได้ น้าแดงไอ้ถั่วดำจึงแจ้งพวกขุนเดช สิงห์ใหญ่และพวกแก๊งค์ คุ้ยเขี่ยให้บุกเข้าไปในตึกต้องห้าม และพบตาย้อยกับอนิรุธ แต่อนิรุธหนีไปได้และสวนกันกับแฟร้งค์หมาป่าขี้เรือนสิงห์กับใหญ่และคนอื่น ๆ คิดว่าแฟร้งค์เป็นหมาป่าขี้เรื้อน เป็นตัวที่กัดเดือนจึงตามล่าเอาชีวิตเพื่อควักหัวใจไปให้เดือนกินแต่ขุนเดชไม่ได้ตามไปแต่กลับจับอนิรุธที่ร่างกายอ่อนแอหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณหน้าตึก ต่อมาฉู่ฉี่คิดว่าแฟร้งค์เป็นหมาป่าขี้เรื้อนจึงมาพบตาย้อยเพื่อให้ช่วยรักษา แต่อนิรุธถูกขุนเดชจับตัวไป ฉู่ฉี่กับ ตาย้อย จึงแอบเข้าไปช่วยอนิรุธออกมาได้ ขุนเดชรู้โกรธมากจึงกลายร่างเป็นหมาป่าและตามล่าตัวอนิรุธ ส่วนสิงห์กับใหญ่ก็ตามล่าแฟร้งค์หมาป่าขี้เรือนอย่างกระชั้นชิด แล้วสิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นเมื่ออนิรุธที่ร่างกายอ่อนแอกับแฟร้งค์หมาป่าขี้เรือนวิ่งชนกันจังเบ้อเริ่มและกลายร่างเป็นหมาป่าที่ทั้งสูงทั้งใหญ่และน่ากลัว ทำให้ฉู่ฉี่ถึงกับตะลึงกับภาพที่เห็นสิงห์กับใหญ่จำหมาป่าขุนเดชได้และรู้ความจริงว่าขุนเดชคือหมาป่าที่ตัวเองล่าอยู่

กำกับ วิโรจน์ ทองชิว
นำแสดง
โหน่ง ชะชะช่า
ณัฐนิชา เชิดชูบุพการี
เดบาราห์ ชี
ทศพร รถกิจ
สมเล็ก ศักดิกุล
สังข์ ดอกสะเดา
สายัณห์ ดอกสะเดา
เด๋อ ดอกสะเดา
ค่อม ชวนชื่น
โย่ง เชิญยิ้ม
ปริญญาทิพย์ หนูเ…

หนังเก่า ปี 2553 รายได้รวม 15.0 ล้านบาท เรื่อง มือปืนดาวพระเสาร์

มือปืนดาวพระเสาร์ กำกับภาพยนตร์โดย ยุทธเลิศ สิปปภาค ภาพยนตร์ไทย แนวแอ็คชั่น ตลก สร้างและจัดจำหน่ายโดย พระนครฟิล์ม และ มหาการพิคเจอร์ นำแสดงโดย โหน่ง ชะชะช่า รับบทเป็น ตี๋ ไรเฟิล, คริส หอวัง รับบทเป็น คริส สไตย์เออร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ 15.0 ล้านบาท เข้าฉายไปแล้ววันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2553

เรื่องย่อ มือปืนดาวพระเสาร์

ในยุคที่บ้านเมืองวุ่นวาย ตี๋ ไรเฟิล มือปืนแห่งซุ้มสะพานเหล็ก มือปืนรับจ้างผู้มีปัญหาสมรรถทางเพศที่ล้มเหลวนกกระจอกไม่กินน้ำ ตี๋ต้องฆ่าคนมากมายเพื่อหาเงินมาบำบัดอาการ ความเป็นชายที่ไม่แข็งเหมือนนกเขาไม่ขันของเขานั้น จนในวันหนึ่งตี๋ก็ได้พบกับ คริส สไตย์เออร์ มือปืนสาวที่เจอแต่คนหลอกลวง จึงคิดว่าโลกนี้ไม่มีรักแท้อีกแล้ว เป็นผู้หญิงลึกลับที่ทำให้เขาตกหลุมรักด้วยความบริสุทธิ์ใจ จนได้มาเจอกับตี๋ ไรเฟิล ที่เธอคิดว่าเขามีความรักที่ให้เธออย่างจริงใจ แต่คริสกลับไม่ต้องการความรักแบบนั้น จากประสบการณ์รักที่หลอกลวงทำให้คริสปฏิเสธความรักอย่างไม่มีเยื่อใยก่อนที่เธอจะบัญญัตินิยามให้ตัวเองใหม่…

 

 มือปืนดาวพระเสาร์

 

กำกับ ยุทธเลิศ สิปปภาค
อำนวยการสร้าง ธนพล ธนารุ่งโรจน์  วิชัย ธนารุ่งโรจน์
เขียน ยุทธเลิศ สิปปภาค

นำแสดง                                                                                                                                                                                                                                                                                                                            โหน่ง ชะชะช่า
คริส หอวัง
พิชญ์นาฏ สาขากร
ค่าย มหาการพิคเจอร์…

หนังเข้าใหม่ เรื่อง มนต์รักดอกผักบุ้ง

 หนัง เรื่อง มนต์รักดอกผักบุ้ง

หนัง เรื่อง มนต์รักดอกผักบุ้ง  หมวดหมู่ ตลก / โรแมนติก

ความยาว 100 นาที

วันที่เข้าฉาย 24 มีนาคม 2020

ผู้กำกับ : เอกชัย ศรีวิชัย

นักแสดง :รัชนก สุวรรณเกตุ, นารีนาถ เชื้อแหลม, ไพศาล ขุนหนู, อภิวัฒน์ บุญอเนก, พลตรี แสงมณี, ดอกฟ้า อาร์สยาม, หม่ำ จ๊กมก, บิณฑ์-เอกพัน บันลือฤทธิ์, อาภาพร นครสวรรค์, แอมป์ วง ซีทู ,บอล วงกลม , นิล วงแทมมะริน ฯลฯ

ค่ายภาพยนตร์ : มนต์รักดอกผักบุ้ง/M

เรื่องย่อ
ถ้าให้เลือกระหว่างความฝันกับหน้าที่ ควรจะเลือกอะไรดี และเป็นไปได้ไหมนะ ว่าเราจะทําทั้งความฝันและหน้าที่ ให้เป็นจุดมุ่งหมายเดียวกัน เราจะรวมทั้งสองสิ่งเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ไหมนะ มันต้องได้สิ ..ผักบุ้ง!!!

ดอกผักบุ้ง (เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น) เป็นลูกสาวคนสวยของพ่อบุญรอบ (เอกชัย ศรีวิชัย) มีน้องสาวตัวแสบ คือ ตอเบา (ลิลลี่ เลิกคุยทั้งอําเภอ) แม้ว่าสองพี่น้องจะเกิดมาในครอบครัว รําวงเวียนครก (พ่อบุญรอบเป็นเจ้าของวง รําวงเวียนครก) แต่สองพี่น้องไม่ได้ชอบรําวงเวียนครกเหมือนผู้เป็นพ่อเลยแม้แต่นิด ความฝันของพวกเธอโดย เฉพาะดอกผักบุ้ง คือการได้เป็นนักร้องสตริงอินดี้ นั่นเป็นเรื่องที่ทําให้พ่อบุญรอบหนักใจยิ่งนัก ไม่เพียงแค่นั้นที่ ทําให้พ่อบุญรอบขัดใจ ไหนจะหนุ่มๆทั้งอําเภอที่มาแจกขนมจีบดอกผักบุ้งอยู่ไม่เว้นแต่ละวันอีก หัวไข่(ไพศาลขุนหนู) /บอล(บอลวงกลม) /นิล(นิลแทมมาริน) /แอม(แอมป์ซีทู)/ลําเต้ย(ครูเต้ยอภิวัฒน์)

คนสุดท้ายนี่เป็นคนที่พ่อบุญรอบเอาใจช่วย และเชียร์จนเกินหน้าเกินตา คือเรียกว่าถ้าแต่งงานแทนได้แก แต่งแทนไปแล้ว ดอกผักบุ้งจะจัดการความเจ้ากี้เจ้าการของพ่อในเรื่องความรักได้หรือไม่ และจะเดินตามฝันเพื่อ เป็นนักร้องสตริงอินดี้ได้ไหม แล้วรําวงเวียนครกของพ่อบุญรอบอีกละจะทํายังไง

ทั้งหมดทั้งมวลก็ขึ้นอยู่กับเธอแล้วนะ ….แม่ดอกผักบุ้ง…..

ติดตามบทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดได้ใน มนต์รักดอกผักบุ้ง เลิกคุยทั้งอําเภอ 26 มีนาคมนี้ ทุกโรงภาพยนตร์…


© 2020 ตื่นตาตื่นใจกับหนังที่เราแนะนำ | by Minimalistic Web