แองเจลินาโจลี กำลังเจรจารับบทในหนังซูเปอร์ฮีโร่ เรื่อง The Eternals หนึ่งในหนังฟอร์มยักษ์

แองเจลินาโจลี

แองเจลินาโจลี กำลังเจรจารับบทในหนังซูเปอร์ฮีโร่

แองเจลินาโจลี (Angelina Jolie) จะมีเรื่องให้ตื่นเต้นกันอีกแล้ว เพราะล่าสุดมีข่าวลือหนาหูว่า เธอถูกทาบทามให้เข้าร่วมจักรวาลมาร์เวลเป็นครั้งแรก โดยจะประเดิมรับบทใน The Eternals

จากรายงานของ The Hollywood Reporter เปิดเผยว่า แองเจลินา โจลี นักแสดงสาววัย 43 ปี อยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อรับบทในหนังเรื่อง The Eternals ของค่ายมาร์เวล ทว่าตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่านักแสดงสาวเจ้าบทบาทคนนี้จะรับบทเป็นใคร หนังได้ โคลอี้ จ้าว (Chloe Zhao) ผู้กำกับหญิงชาวจีนมากฝีมือที่เคยสร้างผลงานน้ำดีเรื่อง The Rider และ Songs My Brother Taught Me มารับหน้าที่กำกับ จากฝีมือการเขียนบทของ แมทธิว

และ ไรอัน ฟีร์โป (Ryan Firpo) ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่จะอ้างอิงมาจากคอมมิคของ แจ็ค เคอร์บี้ (Jack Kirby) กับเรื่องราวของ The Eternals ทีมซูเปอร์ฮีโร่ผู้มีชีวิตเป็นอมตะ และพลังแข็งแกร่งเกินมนุษย์เทียบเท่ากับเทพเจ้าของจักรวาล
ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นหนังจากค่ายมาร์เวลเรื่องแรกของคุณแม่โจลีแต่ก็ไม่ใช่หนังที่สร้างจากคอมมิคเรื่องแรกที่คุณแม่เคยแสดง

เพราะในปี 2008 นักแสดงสาวคนนี้เคยรับบทนำในเรื่อง Wanted ภาพยนตร์ที่สร้างจากคอมมิคของ มาร์ค มิลลาร์ (Mark Millar) คู่กับ เจมส์ แม็คอะวอย (James McAvoy) มาก่อน อีกทั้งซุปตาร์สาวคนนี้ก็ยังร่วมงานกับดิสนีย์มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งใน Maleficent และ Maleficent: Mistress of Evil ที่มีกำหนดเข้าฉายในเดือนตุลาคมนี้

อย่างไรก็ตามแฟน ๆ คงต้องติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะดูเหมือนว่าแองเจลินา โจลี

จะมีความสนใจทางด้านการเมืองอยู่ไม่น้อย อ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ผ่านทาง BBC Today ที่เป็นการพูดคุยเกี่ยวกับอนาคตที่เกี่ยวข้องกับการเมือง

ซึ่งตัวเธอเองก็เคยทำงานร่วมกับรัฐบาลและกองทัพมานานหลายปี (ขณะทำงานให้ U.N.) อีกทั้งทาง U.N. ก็ยังเคยแต่งตั้งให้เธอเป็นทูตพิเศษของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติในปี 2012 และเคยเป็นทูตสันถวไมตรีมาก่อนด้วย

เอาเป็นว่าคุณแม่โจลีจะเข้ามาร่วมแจมในจักรวาลหนังมาร์เวลหรือไม่ เราคงต้องรอลุ้นกันต่อไป แต่ที่ไม่ต้องรอและไม่ต้องลุ้นก็คือ คุณแม่แครอล แดนเวอร์ส หรือกัปตันมาร์เวล จะเข้าร่วมแจมใน Avenger: Eng Game แน่นอน ซึ่งถ้าหากใครยังไม่ได้ติดตามความฟาด ความเจ๋งของเธอ ก็สามารถตีตั๋วเข้าชมพละกำลังอันล้นเหลือได้แล้ววันนี้ทุกโรงภาพยนตร์ ส่วนใครที่คิดถึงผลงานของคุณแม่โจลี ก็อดใจรอภาพยนตร์เรื่อง Maleficent: Mistress of Evil ที่จะเข้าฉายในเดือนตุลาคมกันนะจ๊ะ  บาคาร่า

จีโอกราฟิก ดึงผกก.ออสการ์สร้างสารคดี 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง

จีโอกราฟิก

จีโอกราฟิก ดึงผกก.ออสการ์สร้างสารคดี

จีโอกราฟิก ด็อกคิวเมนทารี่ ฟิล์ม เลยเปิดไฟเขียวเดินหน้าสร้าง ภาพยนตร์สารคดีฟอร์มยักษ์ ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับภารกิจ ช่วยชีวิตนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนเมื่อปี 2561 ผ่านฝีมือการกำกับ เควิน แมคโดนัลด์

ซึ่งเคยฝากผลงานสร้างชื่อจากเรื่อง One Day in September ที่การันตีความสำเร็จด้วยรางวัลออสการ์ ร่วมด้วยโปรดิวเซอร์มือรางวัลเอ็มมี่ จอห์น แบทเซ็ก และโปรดิวเซอร์คนเก่ง พี.เจ แวน ซานด์วิย์ก อำนวยการสร้างโดย ไมเคิล เลสลี่

โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการบอกเล่าเรื่องจริงของปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยผู้ประสบภัย 13 ชีวิต ที่ติดภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ประกอบด้วยสมาชิกทีมฟุตบอลเยาวชนท้องถิ่น 12 คน และผู้ช่วยผู้ฝึกสอน 1 คน ที่เข้าไปสำรวจและหายตัวไป ทั้งหมดได้เข้าไปในถ้ำหลวงและไม่สามารถกลับออกมาได้ เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 2 สัปดาห์ของการมีชีวิตรอด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คนทั่วโลกให้ความสนใจติดตามข่าวสารเป็นอย่างมาก

มร.เควิน แมคโดนัล ผู้กำกับภาพยนตร์ กล่าวว่า “เนื้อหาทั้งหมดในหนังจะเป็นการจะนำเสนอมุมมองรอบด้านและสิ่งที่คุณไม่เคยได้ยินมาก่อนภายใต้ปฏิบัติการช่วยชีวิตทีมหมูป่า โดยบอกเล่าเรื่องราวของทีมหน่วยกู้ภัยนักประดาน้ำมืออาชีพทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่ยอมเสียสละชีวิตพร้อมเสี่ยงอันตรายลุยดำน้ำเพื่อช่วยทั้ง 13 ชีวิตให้ปลอดภัย ซึ่งผมมองว่าภารกิจการกู้ภัยครั้งนี้เป็นมากกว่าเรื่องความหวัง แต่มันเป็นเรื่องราวของมนุษยชาติที่มาร่วมด้วยช่วยกัน นอกจากภาพการทำงานสุดพิเศษของนักดำน้ำในถ้ำชาวอังกฤษอย่าง ริชาร์ด สแตนตัน, จอห์น โวลันเธน, คริส เจเวล, เจสัน มาลลินสัน, คอนเนอร์ โร, จอร์จ แบรชลี่ และ จิม วอร์นี่ พร้อมบทสัมภาษณ์แบบเจาะลึกกับนักดำน้ำในถ้ำชาวออสเตรเลียอย่าง ดร.ริชาร์ด แฮร์ริส และ เครก ชาลเลน ที่คุณจะได้เห็น หนังเรื่องนี้ยังชี้ให้เห็นถึงจินตนาการและความมุ่งมั่นของทีมปฏิบัติการที่ทั้งกล้าหาญและเสียสละ เพราะมันไม่ใช่การดำน้ำในสถานการณ์ปกติที่ทุกคนสามารถพึ่งพาทีมได้ เนื่องจากในภารกิจนี้เมื่อนักดำน้ำอยู่ใต้น้ำแล้วจะไม่สามารถพึ่งพาอย่างอื่นได้นอกจากอุปกรณ์ของตัวเองและตระหนักดีว่าหากอุปกรณ์เหล่านี้เกิดขัดข้องขึ้นมาก็อาจหมายถึงชีวิต ไม่มีการหันหลังกลับ มีแค่ลมหายใจไม่กี่เฮือกที่กั้นระหว่างความเป็นกับความตายเพียงเท่านั้น”

มร.จอห์น แบทเซ็ก กล่าวเสริมว่า “เรื่องราวความลุ้นระทึกในภารกิจช่วยชีวิตครั้งนี้ทำให้คนทั้งโลกหันมาให้ความสนใจเหตุการณ์นี้เป็นพิเศษ ในฐานะโปรดิวเซอร์แล้ว การที่ผมกับพีเจ ได้รับโอกาสในการบอกเล่าเรื่องราวอันน่าประทับใจนี้ร่วมกับทีมงานจาก เนชั่นแนล จีโอกราฟิก ด็อกคิวเมนทารี่ ฟิล์ม ซึ่งเป็นทีมที่มีผลงานภาพยนตร์สารคดีที่ประสบความสำเร็จและสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อโลกมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมาแล้ว ก็ถือว่าน่าตื่นเต้นมาก”

ด้าน คาโรลีน เบิร์นสไตล์ รองประธานบริหารฝ่ายคอนเทนส์และภาพยนตร์สารคดี ของ เนชั่นแนล  เผยว่า “ผมรู้สึกชื่นชมวิสัยทัศน์และความสามารถอันยอดเยี่ยมในการเล่าเรื่องอย่างตรงไปตรงมาของ เควิน แมคโดนัลด์ มานานแล้ว และรู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับทั้ง เควิน แมคโดนัลด์, จอห์น แบทเซ็ก และ พี.เจ. แวน ซานด์วิย์ก เพื่อผลิตสารคดีที่จะทำให้ผู้ชมได้เข้าใจถึงความซับซ้อนของเรื่องราวอันน่าตื่นตาตื่นใจนี้”

ส่วนมุมมองของทีมหน่วยกู้ภัยนักดำน้ำล้วนเห็นพ้องต้องกัน คือความสำเร็จในภารกิจช่วยชีวิต ครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากปราศจากความเสียสละอย่างมหาศาลของคนไทย มีวิศวกรจำนวนมากที่มาช่วยกันปั๊มน้ำนับล้านแกลลอนออกจากถ้ำ เกษตรกรจำนวนมากที่ยอมสละพืชผลที่ปลูกมาใช้เป็นพื้นที่รับน้ำ และอาสาสมัครอีกหลายร้อยคนที่ทำงานทั้งวันทั้งคืนในสิ่งที่พวกเขาสามารถช่วยเหลือได้ และที่จะขาดไปไม่ได้คือข้าราชการไทยจำนวนมากที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของปฏิบัติการในครั้งนี้ ซึ่งได้รับความเคารพและไว้วางใจอย่างมากและเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ สารคดีชิ้นนี้ประกอบไปด้วยบทสัมภาษณ์ผู้คนหลากหลายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนความไม่ยอมแพ้และไม่ยอมสิ้นหวัง รวมถึงความมุ่งมั่นในการทำงานจนกว่าจะไปถึงเป้าหมายในที่สุด

ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้เกิดขึ้นโดยบริษัท สตอรี่เทลเลอร์ โปรดักชันส์ และโปรดิวเซอร์ทั้งสองคือ พี.เจ. แวน ซานด์วิย์ก กับ ไมเคิล เลสลี่ ติดต่อไปถึง เควิน แมคโดนัลด์ หลังได้ยินข่าวว่าภารกิจช่วยชีวิตครั้งนี้ประสบความสำเร็จด้วยดีและทำการขอซื้อลิขสิทธิ์ของทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษไว้ โดยภาพยนตร์สารคดีชิ้นนี้ถือเป็นผลงานชิ้นที่ 2 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง สตอรี่เทลเลอร์ โปรดักชันส์ กับ แพชชั่น พิกเจอร์ส อำนวยการสร้างโดย เนชั่นแนล จีโอกราฟิก ด็อกคิวเมนทารี่ ฟิล์ม

ดูบอลออนไลน์ 

มิลลาโจโววิช เป็นราชินีเลือด จอมเวทย์ตัวร้ายสุดโหด ใน Hellboy

มิลลาโจโววิช

มิลลาโจโววิช (Resident Evil)

มิลลาโจโววิช แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเธอคนนี้คือใคร แล้วทำไมเธอถึงมีฉายาสุดคูลแบบนี้ได้

ตัวละคร นีเมีย มีต้นกำเนิดมาจากเรื่องเล่าของตำนานกษัตริย์อาเธอร์ เธอเป็นลูกศิกษย์ของเมอร์ลินพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคสมัย พ่อมดผู้นี้ได้หลงไหลในสเน่ห์ของนีเมียชนิดหัวปักหัวปำ จนยอมสอนทุกอย่างไม่ว่ามันจะเป็นสุดยอดศาสตร์เวทย์ หรือแม้กระทั่งจุดอ่อนของตัวเอง จนท้ายที่สุดเมอร์ลินก็ได้ถูกสตรีที่เขารักฝังทั้งเป็น ซึ่งถ้าว่ากันตามตรงแล้ว เรื่องราวในส่วนนี้เป็นสิ่งที่แตกต่างไปจากตำนานของกษัตริย์อาเธอร์ที่พวกเราเคยได้ยินกันมาอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ตามตำนานเธอยังมีอีกตัวตนหนึ่ง นั่นก็คือ เทพธิดาแห่งทะเลสาบ ผู้มอบดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ให้แก่กษัตริย์อาเธอร์และนำชีวิตของเซอร์แลนสล็อตกลับมาจากโลกหลังความตาย

แต่สำหรับใน Hellboy ฉบับคอมิค เธอคือจอมเวทย์ลูกศิษย์ของ เมอร์ลิน พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค ก่อนที่จะจับเขาฝังทั้งเป็น และเมื่อไม่มีใครคอยชี้แนะ เธอก็คุ้มคลั่งเพราะด้วยพลังของเธอเอง ความคุ้มคลั่งได้พาเธอไปสู่การบูชา ออกดรู จาฮัด หรือ มังกรแห่งวันสิ้นโลก การกระทำของเธอทำให้แม่มดคนอื่น ๆ ต่างไม่พอใจ พวกเธอจึงร่วมมือกันสังหารนีเมียและผนึกชิ้นส่วนร่างกายของเธอไว้ในกล่อง และซ่อนมันไว้ตามจุดต่างๆ ของมุมโลก

หลายศตวรรษต่อมาเหล่าแม่มดขาดผู้นำไป พวกเธอจึงต้องเฟ้นหาผู้นำคนใหม่ ในเมื่อพวกเธอมีร่างของนีเมียเก็บรักษาไว้อยู่ในกล่อง ทำไมถึงไม่คืนชีพให้เธอขึ้นมาเป็นผู้นำล่ะ แล้วจะคืนชีพให้เธอยังไงเหรอ ก็นำเลือดของคนทั้งหมู่บ้านมาใส่ลงในกล่องดูสิ มันคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วละมั้ง หลังจากฟื้นคืนชีพจากความตาย นีเมีย ราชินีเลือดได้ทำการล้างแค้นเหล่าแม่มดที่เคยร่วมมือกันสังหารเธอ และเรียกตัวเองว่า “ธิดาแห่งสงคราม” ก่อนจะสร้างกองทัพขึ้นมาเพื่อทำสงครามกับทั้งโลก

มิลลา โจโววิช เคยให้สัมภาษณ์ว่า Blood Queen พยายามผสานโลกมนุษย์และโลกปีศาจให้กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งก็ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับความคิดนี้ ซึ่งถ้าคุณไม่ทราบสาเหตุของการกระทำของเธอ มันก็คงไม่แปลกใจนักหากคุณจะตีตราว่าเธอเป็นวายร้ายที่หวังจะทำให้ทุกอย่างพังพินาศ “ฉันรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ร่วมงานนี้ค่ะ ฉันรู้สึกสนุกกับการถ่ายทำหนังเรื่องนี้มากๆ ตัวละครของฉันดูภายนอกอาจเป็นแม่มดผู้ชั่วร้ายก็จริง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นผู้หญิงที่ดูเท่ ลึกลับ และเต็มไปด้วยปริศนา ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมทุกคนอยากจะกำจัดเธอทิ้ง มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าจริงๆ ค่ะ”

Hellboy เรื่องราวของซูเปอร์ฮีโร่สีแดงเพลิงที่ถูกอันเชิญขึ้นมาจากนรก ต้องออกไปปฏิบัติภารกิจปราบยักษ์ที่กำลังอาละวาด แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับราชินีเลือดจากอดีตกาลผู้ฟื้นคืนชีพมาพร้อมกับความคับแค้น นีเมีย (มิลลา โจโววิช) การเผชิญหน้าระหว่างมนุษย์และอสูรจากนรกได้กลายเป็นสมรภูมิที่เปลี่ยนให้เมืองทั้งเมืองกลายเป็นนรกบนดิน และสิ่งเดียวที่อยู่ระหว่างความหวังและหายนะของมวลมนุษยชาติก็คือ ชายที่มีทั้งสายเลือดของมนุษย์และสายเลือดของปีศาจ ชายที่สืบทอดชะตากรรมมานับแต่อดีตกาล ชายผู้มีนามว่า “เฮลล์บอย” (เดวิด ฮาร์เบอร์)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

สการ์เล็ต วิทช์และวิชชั่นได้ไปต่อในซีรีส์ของ Disney+

สการ์เล็ต วิทช์และวิชชั่น จะได้มีซีรีส์เป็นของตัวเองบนช่องสตรีมมิ่งอย่าง Disney+ ภายใต้ชื่อเรื่องอย่าง WandaVision และช่วงเวลาที่ซีรีส์จะดำเนินไปอาจจะอยู่ในช่วงยุคสมัยของปี 1950 แม้จะยังไม่ได้มีการยืนยันออกมาอย่างเป็นทางการว่าทำไมเรื่องราวจะเกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น

จากบทสัมภาษณ์ของอลิซาเบธ โอลเซ่น ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อฯ เอาไว้ว่า “ในคอมมิกส์นั้นมีหลายเล่มอยู่เหมือนกันที่บอกเล่าเรื่องราวของตัวละครวิชชั่นและสการ์เล็ต วิทช์ ซึ่งนั่นน่าจะเปิดโอกาสให้กับ Disney+ หยิบเอาเรื่องราวมานำเสนอ นอกจานี้หลังจากที่เราได้พูดคุยกับทาง Disney+ ยังเผยรูปตัวละครที่เราแสดงในยุค 50 ซึ่งฉันว่ามันเจ๋งไปเลย พอล เบททานี่และฉันตื่นเต้นมากทีเดียว”

อลิซาเบธ โอลเซ่น ยังกล่าวต่ออีกว่า “ในซีรีส์เรื่องนี้มีทีมเขียนบทเจ๋งๆเยอะเลยค่ะ และความยาวรวมน่าจะอยู่ที่ประมาณ 6 ชั่วโมง และเราน่าจะเริ่มถ่ายทำกันในช่วงฤดูใบไม้ร่วงในปีนี้” แน่นอนว่าสองนักแสดงอย่างพอล เบททานี่และอลิซาเบธ โอลเซ่น จะกลับมารับบทบาทเดิมนั่นก็คือวิชชั่นและสการ์เล็ต วิทช์ ซึ่งผู้ชมน่าจะมีโอกาสได้เห็นแง่มุมเรื่องความรักของตัวละครทั้งสองตัวนี้ แต่คำถามอยู่ตรงที่ว่ายุคสมัยที่ย้อนกลับไปในปี 1950 นั้น ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างแน่ชัดว่าทำไมต้องเป็นช่วงเวลานี้

แจ็ค ไชฟ์เฟอร์ มือเขียนบทจาก Captain Marvel จะกลับมานั่งแท่นเขียนบท ควบคุมการผลิตและดูแลภาพรวมของซีรีส์ WandaVision ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการสู่สายตาคนดูในช่วงวันที่ 12 พฤศจิกายน ปีนี้ นอกจากนี้ซีรีส์ที่เป็นความร่วมมือกันระหว่างมาร์เวล สตูดิโอและดิสนีย์ที่ได้รับการยืนยันว่าจะถูกสร้างขึ้นอย่างแน่นอนจะประกอบไปด้วย Loki ที่ว่าด้วยเรื่องราวของ โลกิ (ตัวร้ายสุดที่รักตลอดกาลของจักรวาลมาร์เวล) ซึ่งแน่นอนว่าจะได้ทอม ฮิดเดิลสตันกลับมารับบทบาทเดิม ซึ่งได้ริคและมอร์ตี้ มานั่งแท่นผู้เขียนบท ส่วนไมเคิล วาลดรอน มารับหน้าที่ในการดูแลภาพรวมของซีรีส์ นอกจากนี้ตัวละครที่จะได้มีซีรีส์เป็นของตัวเองก็คือ Hawkeye ที่นำแสดงโดยเจรามี เรนเนอร์ และ Falcon and Winter Soldier เป็นซีรีส์ที่ได้ดาราอย่างแอนโธนี่ แม็กกี้และเซบาสเตียน สแตน กลับมาจับคู่รับบทบาทเดิมในซีรีส์ของตัวเอง ก็ได้รับการยืนยันออกมาอีกเช่นกัน

สำหรับสตรีมมิ่งอย่าง Disney+ นั้นเป็นช่องน้องใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้ามาทำตลาดหนังออนไลน์แบบชำระค่าสมาชิกรายเดือน โดยในแวดวงธุรกิจมองว่า Disney+ จะเป็นตัวแปรคู่แข่งรายสำคัญกับสตรีมมิ่งที่ครองตลาดอยู่ในเวลานี้อย่าง Netflix และ Amazon

สำหรับรายละเอียดคร่าวๆของสตรีมมิ่งอย่าง Disney+ ที่ได้รับการเผยแพร่ออกมาคร่าวๆคือจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 พฤศจิกายน ในปี 2019 โดยอัตราค่าสมาชิกอยู่ที่ $6.99 ต่อเดือน หรือราว 320 บาทเมื่อคิดเป็นเงินไทย โดยคอนเทนท์ที่จะอยู่ในสตรีมมิ่งนั่นจะมาจากบรรดาสตูดิโอที่เป็นพันธมิตรของดิสนีย์เองอันประกอบไปด้วย Walt Disney Animation, Pixar, Marvel, Star Wars และ National Geographic รวมไปถึงสตูดิโอในเครือล่าสุดอย่าง Fox ด้วย

โดยหนังที่จะลงสตรีมมิ่งอย่างเป็นทางการเริ่มตั้งแต่วันเปิดตัวบริการจะประกอบไปด้วย Captain Marvel แอนิเมชั่นคลาสสิคตลอดกาลของดิสนีย์อย่าง Bambi, The Lion King และ The Little Mermaid ไลฟ์แอ็คชั่นอย่าง Mary Poppins และ Alice in Wonderland (2010) รวมไปถึงแอนิเมชั่นทุกเรื่องของ Pixar และหนังสั้นของพิกซาร์ทุกเรื่องด้วยเช่นกัน

Disney+ ยังรองรับระบบดาวน์โหลดหนังเอามาไว้ดูเวลาที่เราออฟไลน์จากอินเตอร์เน็ตได้ (แบบเดียวกับ Netflix) รองรับการสร้างโปรไฟล์ของผู้ใช้ด้วยการเลือกอวตารจากคาแรกเตอร์ยอดนิยมจากดิสนีย์ และแผนการตลาดที่สำคัญคือ Disney+ จะทำตลาดให้ครบทุกภูมิภาคทั่วโลกภายในเวลา 2 ปี

สำหรับภาพยนตร์ที่สร้างมาเพื่อช่องสตรีมมิ่ง Disney+ โดยเฉพาะนั้น ในล็อตแรกจะประกอบไปด้วย

Timmy Failure ผลงานการกำกับของทอม แม็คคาร์ธีย์ (Spotlight) ว่าด้วยเด็กชายวัย 11 ขวบที่เขาเชื่อว่าตัวเองเป็นนักสืบที่เก่งที่สุดในเมือง!

Togo ผลงานการกำกับของอีริคสัน คอร์ และนำแสดงโดยวิลเลียม เดโฟ ดัดแปลงมาจากเรื่องจริง เกี่ยวกับสุนัขลากเลื่อนที่ชื่อโทโก้ในปี1925

Lady and the Tramp ในเวอร์ชั่นไลฟ์แอ็คชั่น

Noelle หนังตลกต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส นำแสดงโดยแอนนา เคนดริกและบิลล์ เฮเดอร์

Stargirl หนังที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายสำหรับเยาวชนในชื่อเดียวกัน

นอกจากนี้ Disney+ ยังนำเอาบรรดาทีวีซีรีส์ดังๆที่เคยออกฉายทางดิสนีย์ชาร์แนลและรายการมากมายเอามาสตรีมมิ่งอีกครั้ง ยังไม่รวมไปถึงหนังทีวีเรื่องดังที่เป็นประวัติการณ์เมื่อ 10 กว่าปีก่อนอย่าง High School Musical นำกลับมารีเมคสร้างใหม่เป็นซีรีส์อีกครั้งภายใต้ชื่อ High School Musical: The Musical

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

หนังสยองขวัญสุดหลอน The Little Stranger

หนังสยองขวัญสุดหลอน

หนังสยองขวัญสุดหลอน

หนังสยองขวัญสุดหลอน

หนังสยองขวัญสุดหลอน The Little Stranger

หนังสยองขวัญ The Little Stranger

เตรียมตัวหลอนกันต่อกับหนังสยองขวัญเรื่องถัดมา ที่สร้างขึ้นมาจากหนังสือนิยายของ Sarah Waters ได้นำมาทำเป็นภาพยนต์สุดระทึกขวัญ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในประเทศอังกฤษ บอกเล่าเรื่องราวของนายแพทย์วัยกลางคนคนหนึ่งที่ต้องกลับไปคฤหาสน์ที่เคยมีอดีตฝังใจ เพื่อไปรักษาอาการแปลกประหลาดให้กับสมาชิกในบ้าน และต้องไปผูกพันธ์รวมถึงรับรู้เรื่องราวของคนในครอบครัวที่อาศัยอยู่ที่คฤหาสน์หลังนั้น จะเกิดอะไรขึ้นต้องคอยติดตาม

นักแสดงนำ : Domhnall Gleeson / Ruth Wilson / Will Poulter

วันกำหนดฉายในไทย : รอติดตาม (ฉายในอเมริกา 31 สิงหาคม 2561)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.shopback.co.th

เรื่องย่อภาพยนต์ Rampage – แรมเพจ วายร้ายทำลายล้าง

เรื่องย่อภาพยนต์

เรื่องย่อภาพยนต์

 

เรื่องย่อภาพยนต์

เรื่องย่อภาพยนต์  Rampage – แรมเพจ วายร้ายทำลายล้าง

เรื่องย่อหนัง
หนัง Rampage หรือชื่อไทยว่า ใหญ่ชนยักษ์ ภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัย “”Rampage”” คือเรื่องราวของนักวานรวิทยา ดาวิส โอโคเย (จอห์นสัน) ชายผู้หลบเลี่ยงห่างไกลจากผู้คน เขามีสายสัมพันธ์อันแน่นหนาที่ไม่มีวันสั่นคลอนกับจอร์จ กอริล่าหลังเงินที่เฉลียวฉลาดยิ่งกว่ากอริลล่าทั่วไปที่เขาเป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่มันเกิด แต่แล้วยีนส์แห่งความโหดร้ายในร่างมันได้เกิดการกลายพันธุ์ และเปลี่ยนกอริลล่าแสนสุภาพตัวนี้ให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่โหดร้ายตัวใหญ่ยักษ์ และทุกสิ่งเลวร้ายยิ่งขึ้น เมื่อได้มีการค้นพบว่า แท้จริงแล้วยังมีสัตว์อื่นอีกมายมายที่เกิดการกลายพันธุ์เช่นเดียวกัน พวกมันกลายเป็นนักล่าที่อยู่เหนือทุกขีวิตและมุ่งหน้าสู่อเมริกาเหนือ ทำลายทุกสิ่งที่ขวางทางของพวกมัน กลุ่มของโอโคเยและนักพันธุวิศวกรรมผู้ไม่น่าเชื่อถือต้องปกป้องแอนติโดส ต่อสู้กับอุปสรรคขวากหนามและปัญหามากมายที่มาเยือนอย่างไม่ซ้ำ ไม่เพียงเพื่อหยุดยั้งจุดจบของโลก ทว่าเพื่อช่วยสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดหวั่น ที่ครั้งหนึ่ง เคยเป็นเพื่อนของเขาเอง “”Rampage”” ยังประกอบไปด้วยนักแสดงผู้เข้าชิงออสการ์ นาโอมิ แฮร์ริส, มาลีน เอเคอร์แมน, เจค เลซี่, โจ แมนเกนเนโล่, เจฟฟรีย์ ดีน มอร์แกน ร่วมด้วย พีเจ เบิร์น, มาร์ลีย์ เชลตัน, บรีแอนน์ ฮิลล์, แจ็ค เควด, แมตต์ เจรัลด์ กำกับโดย เพย์ตันกำกับ จากบทโดยไรอัน แอนเกิล, คาร์ลตัน คิวส์, ไรอัน เจ. คอนดัล และ อดัม ซิสติคีล เรื่องโดย ไรอัน แอนเกิล ดัดแปลงจาดวีดีโอเกม Rampage “”Rampage”” อำนวยการสร้างโดย โบ ฟลินน์, จอห์น ริคการ์ด, แบรด เพย์ตัน และ ไฮแรม การ์เซีย เป็นการร่วมงานกันเป็นครั้งที่สามระหว่าง จอห์นสัน, เพย์ตัน และฟลินน์ หลังจากภาพยนตร์บล็อคบัสเตอร์เรื่องล่าสุดอย่าง “”San Andreas”” กำกับการแสดงโดย แบรด เพย์ตัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.thaiware.com

รีวิว BRIGHT – แฟนตาซีฉบับตำรวจห่ามของเดวิด เอเยอร์

รีวิว BRIGHT หลังถูกยิงจนบาดเจ็บสาหัส ดาร์ริล วอร์ด (วิล สมิธ) จำใจต้องทำงานกับ นิค จาโคบี (โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน)

รีวิว BRIGHT ตำรวจเผ่าออร์คนอกคอกที่ถูกกล่าวหาว่าปล่อยคนร้ายเผ่าพันธุ์ตนเองหนีไป และท่ามกลางวิกฤติศรัทธานั้นทั้งคู่จำเป็นต้องร่วมมือกันปกป้อง ทิกก้า (ลูซี่ ฟราย) และไม้กายสิทธิของเธอจาก เลย์ลาห์ (นูมิ ราพาซ) ปีศาจเอลฟ์ที่หวังใช้ไม้กายสิทธิปลุกชีพเจ้าแห่งความมืดให้กลับมาครองโลก

รีวิว BRIGHT

หลังคว่ำไม่เป็นท่าจาก Suicide Squad (2016) หนังรวมเหล่าร้ายค่าย DC เดวิด เอเยอร์ ผู้คร่ำหวอดกับหนังตำรวจก็กลับมาหาแนวทางที่ตนคุ้นเคยเพราะแม้ BRIGHT จะถูกวางให้เป็นหนังแฟนตาซีแต่จุดศูนย์กลางของเรื่องคือเรื่องราวของตำรวจชั้นผู้น้อยที่ต้องต่อสู้กับการคอรัปชั่นขององค์กรและต่อสู้กับความต่างทางชาติพันธุ์จนได้กลิ่นอายจากงานเก่าๆอย่าง End of Watch (2012), Sabotage (2014) หรืองานเขียนบทสร้างชื่ออย่างTraining Day (2001) อยู่กลายๆ ซึ่งคราวนี้เอเยอร์จับมนุษย์มาทำงานกับออร์คโดยมีความหวาดระแวงทางชาติพันธุ์มาเป็นจุดขัดแย้งสำคัญซึ่งนอกจากจะทำให้เรื่องราวมีความเข้มข้นทั้งดราม่าจากตัวละครต่างขั้วแล้ว เอเยอร์ยังถือโอกาสหยิบจับเศษเสี้ยวของวรรณกรรมแฟนตาซีอย่าง The Lord of the Rings และ Harry Potter มาดีไซน์โลกของตัวละครเพื่อเป็นการเปรียบเปรย (Allegory) กับปัญหาชาติพันธุ์ในอเมริกาได้อย่างคมคายซึ่งเผ่าพันธุ์ออร์คก็แทบไม่ต่างจากคนผิวสีที่ถูกเหยียบหยามจากคนขาวในอเมริกาที่กลายเป็นประเด็นร้อนหลังการเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์นั่นเอง

รีวิว BRIGHT

และการที่ผมมีโอกาสได้ชม BRIGHT ในโรงภาพยนตร์ก็เป็นบทพิสูจน์ได้ดีสำหรับงานโปรดักชั่นของหนังที่ทั้งภาพและเสียงไม่ได้ด้อยไปกว่าหนังฉายโรงทั่วไปเลย มิหนำซ้ำคุณภาพอาจดีกว่าหนังบางเรื่องเสียอีกซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่กล้าหาญมากของเน็ตฟลิกซ์ที่ทุ่มทุนทำหนังฟอร์มใหญ่ขนาดนี้ลงสตรีมมิ่ง

ไม่เพียงเท่านั้นการดีงนักแสดงเกรดเออย่าง วิล สมิธ ที่เน้นเล่นแต่หนังบล็อคบัสเตอร์ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของหนังให้ดูมีมูลค่าประหนึ่งหนังฉายฟอร์มยักษ์ส่งท้ายปีอีกด้วย ซึ่งนักแสดงแต่ละคนนอกจาก วิล สมิธ ที่ยังคงเท่ในชุดตำรวจจนภาพจากหนัง Bad Boys ทั้งสองภาคกลับมาในความทรงจำของผมแล้ว

ความทุ่มเทของ โจเอล เอ็ดเกอร์ตันในบทตำรวจออร์คที่ต้องเมคอัพหน้าก่อนถ่ายครั้งละ 3 ชั่วโมงก็เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงความทุ่มเทของนักแสดง ส่วนนักแสดงสาวอย่าง นูมิ ราพาซ ก็ต้องขอบอกว่าเธอเป็นผู้ร้ายที่เท่และมีเสน่ห์มาก จนทำให้ตลอดการชม BRIGHT คือความบันเทิงทั้งสำหรับแฟนหนังและแฟนดารานำของเรื่องอย่างแท้จริง

สำหรับใครที่มีบัญชีของ Netflix อยู่แล้วก็ไม่ควรพลาดสตรีม BRIGHT มาเป็นความบันเทิงส่งท้ายปีได้แล้ววันนี้ ส่วนคนที่ยังลังเลทาง Netflix ก็ให้สิทธิชมฟรี 1 เดือนแรกและยังมีโปรโมชั่นดีๆจากทาง AIS โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.beartai.com…

รีวิวภาพยนตร์ Insidious : The Last Key : ผูกมาดี คลี่ไม่สวย

รีวิวภาพยนตร์

รีวิวภาพยนตร์ มาถึงภาคที่ 4 วิญญาณก็ยังตามติด และเนื้อหาของหนังก็ยังคงเป็นวีรกรรมของมนุษย์ป้านักปราบผี เอลิส เรนเนียร์

รีวิวภาพยนตร์ ย้อนไปเล่าเรื่องราวของเอลิส ตั้งแต่ยังเด็กกันเลยว่าเธอมีพรสวรรค์แต่พ่อที่เป็นพัสดีคุมนักโทษกลับไม่รู้สึกปลาบปลื้มกับความสามารถเห็นผีของเธอและเฆี่ยนตีเอลิสทุกครั้งที่เธอบอกว่าเห็นผีที่คอยคุกคามอยู่ในบ้านของครอบครัว ผ่านมา 63 ปี เอลิสได้รับการจ้างวานให้ไปปราบผีอีกครั้ง แต่รอบนี้บังเอิญว่าเป็นเจ้าของบ้านคนใหม่ที่ย้ายมาอยู่ในบ้านสมัยเด็กของเอลิสและวิญญาณร้ายตัวเดิมยังคงวนเวียนอยู่ เอลิสตัดสินใจกลับไปจัดการฝันร้ายในอดีตอีกครั้ง

ลีห์ วานเนล คู่หูคู่ซี้ของผู้กำกับเจมส์ วาน ยังคงกลับมาในหน้าที่เขียนบทต่อเนื่องเป็นภาคที่ 4 และก็รับบทเป็น “สเปค” หนึ่งในทีมปราบผีและเป็นตัวปล่อยมุกให้กับหนัง ที่เข้าคู่กันได้ดีกับ ทัคเกอร์คู่หูร่างใหญ่นักประดิษฐ์ มีมุกแป้กที่ทัคเกอร์พยายามเล่นอยู่ 2 ครั้งในหนังคือมุกพ้องเสียง เธอเป็น psychic = ไซคิก (หมอผี) ส่วนพวกเราเป็น Side Kick = ไซด์คิก (ลูกสมุน,ลิ่วล้อ,ลูกกระจ๊อก) แต่ในหนังใช้คำว่า แม่หมอ-ลูกหมอ

ส่วนหน้าที่ผู้กำกับจากที่ลีห์ เคยกำกับเองในภาคที่แล้ว ภาคนี้ก็โยนหน้าที่ให้กับ อดัม โรบิเทล ผู้กำกับหนังสยองขวัญหน้าใหม่ ก็มาสานต่ออารมณ์สยองได้ต่อเนื่องดี มองในด้านหนังสยองขวัญหนังตอบสนองความต้องการของแฟนหนังแนวนี้ได้เต็มอิ่ม

รีวิวภาพยนตร์

เพราะหนังวางโจทย์มาว่าบ้านเก่าของเอลิสเต็มไปด้วยวิญณาณมากมาย ฉากลุ้นสะดุ้งก็เลยมาเต็ม ไม่ต้องให้เว้นช่วงกันนาน เดี๋ยวลุ้น เดี๋ยวลุ้น แทบปิดตากันทั้งเรื่องล่ะ ห้องใต้ดินยังคงถูกใช้เป็นสมรภูมิหลักของฉากสยองเหมือนกับอีกหนึ่งแสนสองหมื่นแปดพันเรื่องก่อนหน้านี้ ดีใจนะที่บ้านเราไม่นิยมสร้างห้องใต้ดินไว้ในบ้าน

โดยรวมความน่ากลัวของภาคนี้ถือว่าทำได้ใกล้เคียงกับ Annabelle Creation ที่ได้เสียงร่ำลือถึงบรรดาฉากสยองที่อัดมาแน่นสะใจคอหนังผี แต่จุดที่ชอบที่สุดในภาคนี้คือการเล่นล่อหลอกกับคนดูให้สับสนว่าที่เห็นอยู่นี่ตกลงเป็นคนหรือผี ก็ถือว่าเป็นจุดหักมุมเล็ก ๆ กลางเรื่องได้เหมือนกันนะ

แม้ว่าหนังจะย้ายจุดศูนย์กลางเรื่องจากเดิมที่เล่าเรื่องครอบครัวแลมเบิร์ต แล้วย้ายมาเล่าเรื่องของหมอผีเอลิส แต่หนังก็ยังคงไม่ทิ้งฉากท่องปรโลกที่เป็นประเด็นหลัก ของแฟรนไชส์ Insidious ดีหน่อยที่รอบนี้ลดความเป็นแฟนตาซีของฉากปรโลก แต่ทำให้ดูน่ากลัวมากขึ้นค่อยสมกับปรโลกหน่อย

รีวิวภาพยนตร์

บทหนังของลีห์ ทำได้ดีในการสร้างปริศนาต่าง ๆ นานา ให้ชวนติดตามใคร่รู้ถึงเบื้องหลังอันดำมืดของพ่อ ที่มาของผีแต่ละตัวในบ้าน จุดประสงค์ของผีกุญแจ การเผยเบื้องหลังของเจ้าของบ้านใหม่ ประเด็นที่ใส่เข้ามานี่เยอะมาก ไม่พอยังเพิ่มครอบครัวของน้องชายเข้ามาเพิ่มอรรถรสอีกในครึ่งหลัง ให้หลานสาวของเอลิสมีพรสวรรค์เห็นผีเช่นเดียวกับป้า

บอกได้เลยว่าแต่ละประเด็นที่ระดมใส่เข้ามาทำให้หนังเดินหน้าไปอย่างสนุกสนานน่าติดตาม ผูกชนวนไว้มากรอการเฉลย แต่พอมาถึงจุดคลี่คลายนี่สิ กลับเหมือนถูกทิ้งค้าง นอกจากการสะสางปัญหาที่ดูรวบรัดง่ายดายแล้ว ปริศนาอีกมากก็ถูกเพิกเฉยทิ้งไว้ ไม่ได้มีการอธิบาย ที่มาของผีกุญแจ ผีเด็กในบ้านหายไปไหน รวมถึงกิจกรรมโหดของพ่อก็ไม่ได้ถูกขยายแล้วสุดท้ายพ่อมีจุดจบอย่างไร ประเด็นเหล่านี้ล้วนถูกละทิ้ง แต่เลือกที่จะจบแบบดราม่าความรักความผูกพันในครอบครัว แล้วก็ขึ้นปมใหม่เพื่อไปสานต่อวีรกรรมครั้งหน้าของป้าเอลิสในภาค 5

ผู้กำกับ อดัม ก็คงมาตรฐานของหนังสยองขวัญในจักรวาลของเจมส์ วาน ไว้ได้ดี มีฉากให้ลุ้นกันถี่ยิบสะใจคอหนังแนวนี้ ตุ้งแช่ถี่ ๆ บิลท์กันทั้งเสียงทั้งภาพเอาให้มันสะดุ้งกันตายไปข้างหนึ่ง บทก็ปูมาดีป้าหลานแท็กทีมกันปราบผี มีคู่หูไฮเทคเป็นแบ๊คอัพ ผูกมาดีแล้วล่ะแต่มาเสียเอาตรงการแก้ปมเนี่ยล่ะ ที่เหมือนไม่รู้จะแก้ยังไงให้สวย ก็ปล่อยมันทิ้งไปเฉย ๆ ซะงั้น กลายเป็นข้อด้อยของภาคนี้ไป แต่จะว่าไปถ้ามองตามมาตรฐานของแฟรนไชส์ INSIDIOUS ก็ไม่ได้แย่ไรหนักหนาเพราะอย่างไรแฟรนไชส์นี้ก็เป็นรองกว่า The Conjuring อยู่แล้ว คนดู INSIDIOUS เองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย ได้มาดูแล้วมีผีดุ ๆ โหด ๆ มีฉากให้ลุ้นสะดุ้งหนังก็มีให้ในระดับที่น่าพอใจ จากนี้ก็รอลุ้นต่อไปว่า เอลิส เรนเนียร์ จะครอสโอเวอร์ไปเจอกับผัวเมียปราบผีเอ็ด และ โลเรน วอร์เรน จาก The Conjuring ไหม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.beartai.com…