หนังสยองขวัญสุดหลอน The Little Stranger

หนังสยองขวัญสุดหลอน

หนังสยองขวัญสุดหลอน

หนังสยองขวัญสุดหลอน

หนังสยองขวัญสุดหลอน The Little Stranger

หนังสยองขวัญ The Little Stranger

เตรียมตัวหลอนกันต่อกับหนังสยองขวัญเรื่องถัดมา ที่สร้างขึ้นมาจากหนังสือนิยายของ Sarah Waters ได้นำมาทำเป็นภาพยนต์สุดระทึกขวัญ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในประเทศอังกฤษ บอกเล่าเรื่องราวของนายแพทย์วัยกลางคนคนหนึ่งที่ต้องกลับไปคฤหาสน์ที่เคยมีอดีตฝังใจ เพื่อไปรักษาอาการแปลกประหลาดให้กับสมาชิกในบ้าน และต้องไปผูกพันธ์รวมถึงรับรู้เรื่องราวของคนในครอบครัวที่อาศัยอยู่ที่คฤหาสน์หลังนั้น จะเกิดอะไรขึ้นต้องคอยติดตาม

นักแสดงนำ : Domhnall Gleeson / Ruth Wilson / Will Poulter

วันกำหนดฉายในไทย : รอติดตาม (ฉายในอเมริกา 31 สิงหาคม 2561)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.shopback.co.th

เรื่องย่อภาพยนต์ Rampage – แรมเพจ วายร้ายทำลายล้าง

เรื่องย่อภาพยนต์

เรื่องย่อภาพยนต์

 

เรื่องย่อภาพยนต์

เรื่องย่อภาพยนต์  Rampage – แรมเพจ วายร้ายทำลายล้าง

เรื่องย่อหนัง
หนัง Rampage หรือชื่อไทยว่า ใหญ่ชนยักษ์ ภาพยนตร์แอ็คชั่นผจญภัย “”Rampage”” คือเรื่องราวของนักวานรวิทยา ดาวิส โอโคเย (จอห์นสัน) ชายผู้หลบเลี่ยงห่างไกลจากผู้คน เขามีสายสัมพันธ์อันแน่นหนาที่ไม่มีวันสั่นคลอนกับจอร์จ กอริล่าหลังเงินที่เฉลียวฉลาดยิ่งกว่ากอริลล่าทั่วไปที่เขาเป็นผู้เลี้ยงดูมาตั้งแต่มันเกิด แต่แล้วยีนส์แห่งความโหดร้ายในร่างมันได้เกิดการกลายพันธุ์ และเปลี่ยนกอริลล่าแสนสุภาพตัวนี้ให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่โหดร้ายตัวใหญ่ยักษ์ และทุกสิ่งเลวร้ายยิ่งขึ้น เมื่อได้มีการค้นพบว่า แท้จริงแล้วยังมีสัตว์อื่นอีกมายมายที่เกิดการกลายพันธุ์เช่นเดียวกัน พวกมันกลายเป็นนักล่าที่อยู่เหนือทุกขีวิตและมุ่งหน้าสู่อเมริกาเหนือ ทำลายทุกสิ่งที่ขวางทางของพวกมัน กลุ่มของโอโคเยและนักพันธุวิศวกรรมผู้ไม่น่าเชื่อถือต้องปกป้องแอนติโดส ต่อสู้กับอุปสรรคขวากหนามและปัญหามากมายที่มาเยือนอย่างไม่ซ้ำ ไม่เพียงเพื่อหยุดยั้งจุดจบของโลก ทว่าเพื่อช่วยสิ่งมีชีวิตที่น่าหวาดหวั่น ที่ครั้งหนึ่ง เคยเป็นเพื่อนของเขาเอง “”Rampage”” ยังประกอบไปด้วยนักแสดงผู้เข้าชิงออสการ์ นาโอมิ แฮร์ริส, มาลีน เอเคอร์แมน, เจค เลซี่, โจ แมนเกนเนโล่, เจฟฟรีย์ ดีน มอร์แกน ร่วมด้วย พีเจ เบิร์น, มาร์ลีย์ เชลตัน, บรีแอนน์ ฮิลล์, แจ็ค เควด, แมตต์ เจรัลด์ กำกับโดย เพย์ตันกำกับ จากบทโดยไรอัน แอนเกิล, คาร์ลตัน คิวส์, ไรอัน เจ. คอนดัล และ อดัม ซิสติคีล เรื่องโดย ไรอัน แอนเกิล ดัดแปลงจาดวีดีโอเกม Rampage “”Rampage”” อำนวยการสร้างโดย โบ ฟลินน์, จอห์น ริคการ์ด, แบรด เพย์ตัน และ ไฮแรม การ์เซีย เป็นการร่วมงานกันเป็นครั้งที่สามระหว่าง จอห์นสัน, เพย์ตัน และฟลินน์ หลังจากภาพยนตร์บล็อคบัสเตอร์เรื่องล่าสุดอย่าง “”San Andreas”” กำกับการแสดงโดย แบรด เพย์ตัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.thaiware.com

รีวิว BRIGHT – แฟนตาซีฉบับตำรวจห่ามของเดวิด เอเยอร์

รีวิว BRIGHT หลังถูกยิงจนบาดเจ็บสาหัส ดาร์ริล วอร์ด (วิล สมิธ) จำใจต้องทำงานกับ นิค จาโคบี (โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน)

รีวิว BRIGHT ตำรวจเผ่าออร์คนอกคอกที่ถูกกล่าวหาว่าปล่อยคนร้ายเผ่าพันธุ์ตนเองหนีไป และท่ามกลางวิกฤติศรัทธานั้นทั้งคู่จำเป็นต้องร่วมมือกันปกป้อง ทิกก้า (ลูซี่ ฟราย) และไม้กายสิทธิของเธอจาก เลย์ลาห์ (นูมิ ราพาซ) ปีศาจเอลฟ์ที่หวังใช้ไม้กายสิทธิปลุกชีพเจ้าแห่งความมืดให้กลับมาครองโลก

รีวิว BRIGHT

หลังคว่ำไม่เป็นท่าจาก Suicide Squad (2016) หนังรวมเหล่าร้ายค่าย DC เดวิด เอเยอร์ ผู้คร่ำหวอดกับหนังตำรวจก็กลับมาหาแนวทางที่ตนคุ้นเคยเพราะแม้ BRIGHT จะถูกวางให้เป็นหนังแฟนตาซีแต่จุดศูนย์กลางของเรื่องคือเรื่องราวของตำรวจชั้นผู้น้อยที่ต้องต่อสู้กับการคอรัปชั่นขององค์กรและต่อสู้กับความต่างทางชาติพันธุ์จนได้กลิ่นอายจากงานเก่าๆอย่าง End of Watch (2012), Sabotage (2014) หรืองานเขียนบทสร้างชื่ออย่างTraining Day (2001) อยู่กลายๆ ซึ่งคราวนี้เอเยอร์จับมนุษย์มาทำงานกับออร์คโดยมีความหวาดระแวงทางชาติพันธุ์มาเป็นจุดขัดแย้งสำคัญซึ่งนอกจากจะทำให้เรื่องราวมีความเข้มข้นทั้งดราม่าจากตัวละครต่างขั้วแล้ว เอเยอร์ยังถือโอกาสหยิบจับเศษเสี้ยวของวรรณกรรมแฟนตาซีอย่าง The Lord of the Rings และ Harry Potter มาดีไซน์โลกของตัวละครเพื่อเป็นการเปรียบเปรย (Allegory) กับปัญหาชาติพันธุ์ในอเมริกาได้อย่างคมคายซึ่งเผ่าพันธุ์ออร์คก็แทบไม่ต่างจากคนผิวสีที่ถูกเหยียบหยามจากคนขาวในอเมริกาที่กลายเป็นประเด็นร้อนหลังการเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์นั่นเอง

รีวิว BRIGHT

และการที่ผมมีโอกาสได้ชม BRIGHT ในโรงภาพยนตร์ก็เป็นบทพิสูจน์ได้ดีสำหรับงานโปรดักชั่นของหนังที่ทั้งภาพและเสียงไม่ได้ด้อยไปกว่าหนังฉายโรงทั่วไปเลย มิหนำซ้ำคุณภาพอาจดีกว่าหนังบางเรื่องเสียอีกซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่กล้าหาญมากของเน็ตฟลิกซ์ที่ทุ่มทุนทำหนังฟอร์มใหญ่ขนาดนี้ลงสตรีมมิ่ง

ไม่เพียงเท่านั้นการดีงนักแสดงเกรดเออย่าง วิล สมิธ ที่เน้นเล่นแต่หนังบล็อคบัสเตอร์ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของหนังให้ดูมีมูลค่าประหนึ่งหนังฉายฟอร์มยักษ์ส่งท้ายปีอีกด้วย ซึ่งนักแสดงแต่ละคนนอกจาก วิล สมิธ ที่ยังคงเท่ในชุดตำรวจจนภาพจากหนัง Bad Boys ทั้งสองภาคกลับมาในความทรงจำของผมแล้ว

ความทุ่มเทของ โจเอล เอ็ดเกอร์ตันในบทตำรวจออร์คที่ต้องเมคอัพหน้าก่อนถ่ายครั้งละ 3 ชั่วโมงก็เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงความทุ่มเทของนักแสดง ส่วนนักแสดงสาวอย่าง นูมิ ราพาซ ก็ต้องขอบอกว่าเธอเป็นผู้ร้ายที่เท่และมีเสน่ห์มาก จนทำให้ตลอดการชม BRIGHT คือความบันเทิงทั้งสำหรับแฟนหนังและแฟนดารานำของเรื่องอย่างแท้จริง

สำหรับใครที่มีบัญชีของ Netflix อยู่แล้วก็ไม่ควรพลาดสตรีม BRIGHT มาเป็นความบันเทิงส่งท้ายปีได้แล้ววันนี้ ส่วนคนที่ยังลังเลทาง Netflix ก็ให้สิทธิชมฟรี 1 เดือนแรกและยังมีโปรโมชั่นดีๆจากทาง AIS โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.beartai.com…

รีวิวภาพยนตร์ Insidious : The Last Key : ผูกมาดี คลี่ไม่สวย

รีวิวภาพยนตร์

รีวิวภาพยนตร์ มาถึงภาคที่ 4 วิญญาณก็ยังตามติด และเนื้อหาของหนังก็ยังคงเป็นวีรกรรมของมนุษย์ป้านักปราบผี เอลิส เรนเนียร์

รีวิวภาพยนตร์ ย้อนไปเล่าเรื่องราวของเอลิส ตั้งแต่ยังเด็กกันเลยว่าเธอมีพรสวรรค์แต่พ่อที่เป็นพัสดีคุมนักโทษกลับไม่รู้สึกปลาบปลื้มกับความสามารถเห็นผีของเธอและเฆี่ยนตีเอลิสทุกครั้งที่เธอบอกว่าเห็นผีที่คอยคุกคามอยู่ในบ้านของครอบครัว ผ่านมา 63 ปี เอลิสได้รับการจ้างวานให้ไปปราบผีอีกครั้ง แต่รอบนี้บังเอิญว่าเป็นเจ้าของบ้านคนใหม่ที่ย้ายมาอยู่ในบ้านสมัยเด็กของเอลิสและวิญญาณร้ายตัวเดิมยังคงวนเวียนอยู่ เอลิสตัดสินใจกลับไปจัดการฝันร้ายในอดีตอีกครั้ง

ลีห์ วานเนล คู่หูคู่ซี้ของผู้กำกับเจมส์ วาน ยังคงกลับมาในหน้าที่เขียนบทต่อเนื่องเป็นภาคที่ 4 และก็รับบทเป็น “สเปค” หนึ่งในทีมปราบผีและเป็นตัวปล่อยมุกให้กับหนัง ที่เข้าคู่กันได้ดีกับ ทัคเกอร์คู่หูร่างใหญ่นักประดิษฐ์ มีมุกแป้กที่ทัคเกอร์พยายามเล่นอยู่ 2 ครั้งในหนังคือมุกพ้องเสียง เธอเป็น psychic = ไซคิก (หมอผี) ส่วนพวกเราเป็น Side Kick = ไซด์คิก (ลูกสมุน,ลิ่วล้อ,ลูกกระจ๊อก) แต่ในหนังใช้คำว่า แม่หมอ-ลูกหมอ

ส่วนหน้าที่ผู้กำกับจากที่ลีห์ เคยกำกับเองในภาคที่แล้ว ภาคนี้ก็โยนหน้าที่ให้กับ อดัม โรบิเทล ผู้กำกับหนังสยองขวัญหน้าใหม่ ก็มาสานต่ออารมณ์สยองได้ต่อเนื่องดี มองในด้านหนังสยองขวัญหนังตอบสนองความต้องการของแฟนหนังแนวนี้ได้เต็มอิ่ม

รีวิวภาพยนตร์

เพราะหนังวางโจทย์มาว่าบ้านเก่าของเอลิสเต็มไปด้วยวิญณาณมากมาย ฉากลุ้นสะดุ้งก็เลยมาเต็ม ไม่ต้องให้เว้นช่วงกันนาน เดี๋ยวลุ้น เดี๋ยวลุ้น แทบปิดตากันทั้งเรื่องล่ะ ห้องใต้ดินยังคงถูกใช้เป็นสมรภูมิหลักของฉากสยองเหมือนกับอีกหนึ่งแสนสองหมื่นแปดพันเรื่องก่อนหน้านี้ ดีใจนะที่บ้านเราไม่นิยมสร้างห้องใต้ดินไว้ในบ้าน

โดยรวมความน่ากลัวของภาคนี้ถือว่าทำได้ใกล้เคียงกับ Annabelle Creation ที่ได้เสียงร่ำลือถึงบรรดาฉากสยองที่อัดมาแน่นสะใจคอหนังผี แต่จุดที่ชอบที่สุดในภาคนี้คือการเล่นล่อหลอกกับคนดูให้สับสนว่าที่เห็นอยู่นี่ตกลงเป็นคนหรือผี ก็ถือว่าเป็นจุดหักมุมเล็ก ๆ กลางเรื่องได้เหมือนกันนะ

แม้ว่าหนังจะย้ายจุดศูนย์กลางเรื่องจากเดิมที่เล่าเรื่องครอบครัวแลมเบิร์ต แล้วย้ายมาเล่าเรื่องของหมอผีเอลิส แต่หนังก็ยังคงไม่ทิ้งฉากท่องปรโลกที่เป็นประเด็นหลัก ของแฟรนไชส์ Insidious ดีหน่อยที่รอบนี้ลดความเป็นแฟนตาซีของฉากปรโลก แต่ทำให้ดูน่ากลัวมากขึ้นค่อยสมกับปรโลกหน่อย

รีวิวภาพยนตร์

บทหนังของลีห์ ทำได้ดีในการสร้างปริศนาต่าง ๆ นานา ให้ชวนติดตามใคร่รู้ถึงเบื้องหลังอันดำมืดของพ่อ ที่มาของผีแต่ละตัวในบ้าน จุดประสงค์ของผีกุญแจ การเผยเบื้องหลังของเจ้าของบ้านใหม่ ประเด็นที่ใส่เข้ามานี่เยอะมาก ไม่พอยังเพิ่มครอบครัวของน้องชายเข้ามาเพิ่มอรรถรสอีกในครึ่งหลัง ให้หลานสาวของเอลิสมีพรสวรรค์เห็นผีเช่นเดียวกับป้า

บอกได้เลยว่าแต่ละประเด็นที่ระดมใส่เข้ามาทำให้หนังเดินหน้าไปอย่างสนุกสนานน่าติดตาม ผูกชนวนไว้มากรอการเฉลย แต่พอมาถึงจุดคลี่คลายนี่สิ กลับเหมือนถูกทิ้งค้าง นอกจากการสะสางปัญหาที่ดูรวบรัดง่ายดายแล้ว ปริศนาอีกมากก็ถูกเพิกเฉยทิ้งไว้ ไม่ได้มีการอธิบาย ที่มาของผีกุญแจ ผีเด็กในบ้านหายไปไหน รวมถึงกิจกรรมโหดของพ่อก็ไม่ได้ถูกขยายแล้วสุดท้ายพ่อมีจุดจบอย่างไร ประเด็นเหล่านี้ล้วนถูกละทิ้ง แต่เลือกที่จะจบแบบดราม่าความรักความผูกพันในครอบครัว แล้วก็ขึ้นปมใหม่เพื่อไปสานต่อวีรกรรมครั้งหน้าของป้าเอลิสในภาค 5

ผู้กำกับ อดัม ก็คงมาตรฐานของหนังสยองขวัญในจักรวาลของเจมส์ วาน ไว้ได้ดี มีฉากให้ลุ้นกันถี่ยิบสะใจคอหนังแนวนี้ ตุ้งแช่ถี่ ๆ บิลท์กันทั้งเสียงทั้งภาพเอาให้มันสะดุ้งกันตายไปข้างหนึ่ง บทก็ปูมาดีป้าหลานแท็กทีมกันปราบผี มีคู่หูไฮเทคเป็นแบ๊คอัพ ผูกมาดีแล้วล่ะแต่มาเสียเอาตรงการแก้ปมเนี่ยล่ะ ที่เหมือนไม่รู้จะแก้ยังไงให้สวย ก็ปล่อยมันทิ้งไปเฉย ๆ ซะงั้น กลายเป็นข้อด้อยของภาคนี้ไป แต่จะว่าไปถ้ามองตามมาตรฐานของแฟรนไชส์ INSIDIOUS ก็ไม่ได้แย่ไรหนักหนาเพราะอย่างไรแฟรนไชส์นี้ก็เป็นรองกว่า The Conjuring อยู่แล้ว คนดู INSIDIOUS เองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย ได้มาดูแล้วมีผีดุ ๆ โหด ๆ มีฉากให้ลุ้นสะดุ้งหนังก็มีให้ในระดับที่น่าพอใจ จากนี้ก็รอลุ้นต่อไปว่า เอลิส เรนเนียร์ จะครอสโอเวอร์ไปเจอกับผัวเมียปราบผีเอ็ด และ โลเรน วอร์เรน จาก The Conjuring ไหม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.beartai.com…