Wolf Warrior 2 หนังดีของจีน ภาคต่อของหนังแอ๊คชั่นในปี ค.ศ.๒๐๑๕

Wolf Warrior 2

Wolf Warrior 2 หลังจากครึ่งปีที่ผ่านมาหนังจากประเทศจีนไม่ได้สร้างสถิติหวือหวาเหมือนปีที่ผ่านๆ มา ปล่อยให้ The Fate of The Furious ภาคต่อของหนัง

Wolf Warrior 2 รถเรื่องดังทำเงินในจีนไปเป็นอันดับ ๑ เดือนที่ผ่านมาก็เกิดหนังจีนที่ทำเงินอย่างถล่มทลายจนทำลายสถิติต่างๆ เป็นประวัติการณ์ได้อีกครั้ง

Wolf Warrior 2 เข้าฉายเมื่อ ๒๗ กรกฎาคมที่ผ่านมา และใช้เวลาเพียง ๑๒ วัน ก็สามารถทำเงินกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของจีนด้วยรายได้ถึง ๕๒๑ ล้านเหรียญฯ หรือ ๓,๕๐๐ ล้านหนวน เฉพาะในประเทศเท่านั้น แซงสถิติที่เคยทำไว้เมื่อปีก่อนของ Mermaid หนังตลกแฟนตาซีของ โจวซิงฉือ ไปได้อย่างสบายๆ (๕๒๐ ล้านเหรียญฯ) รายได้ดังกล่าวยังสูงกว่าหนังทำเงินสูงสุดในปีนี้ของสหรัฐอเมริกาอย่าง Beauty and The Beast เสียอีก(หนังรีเมคอนิเมชั่นกลายเป็นคนแสดงเรื่องดังกล่าวทำเงินเฉพาะในสหรัฐอเมริกาไป ๕๐๔ ล้านเหรียญฯ) ปัจจุบันหนังทำเงินไปแล้วถึง ๘๓๘ ล้านเหรียญฯ แม้ในตลาดโลกจะทำเงินเพียงน้อยนิด แต่ในตลาดหนังประเทศเดียว(ไม่รวมรายได้จากตลาดทั่วโลก) นี่คือหนังที่ทำเงินสูงสุดเป็นอันดับ ๒ ของโลก เอาชนะ Titanic และ Avatar เป็นรองเพียง Star Wars: The Force Awakens (๒๐๑๕ – ทำรายได้ในสหรัฐอเมริกา ๙๓๖ ล้านเหรียญฯ)

ด้วยรายได้ดังกล่าวทำให้หนังติดอันดับหนึ่งร้อยหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลโดยนับเป็นหนังที่สร้างนอกฮอลลีวู้ดเรื่องเดียวในทั้งหมดร้อยเรื่อง และประกาศเตรียมสร้างภาคสามต่อแล้ว

มันเป็นภาคต่อของหนังแอ๊คชั่นในปี ค.ศ.๒๐๑๕ ที่ใช้ทุนสร้าง ๓๐ ล้านเหรียญฯ i99bet เท่านั้นว่าด้วย เหลงเฟิง(อู๋จิง) ภาคนี้เล่าเหตุการณ์ต่อจากภาคก่อนหลังจากทหารหน่วยพิเศษได้ไปปราบปรามขบวนการค้ายาในเขตซินเจียง ภาคนี้เหลงเฟิงได้เข้าไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ผลิตยารักษาโรคให้รอดพ้นจากการโจมตีของกองกำลังฝ่ายกบฎ และผู้ค้าอาวุธสงครามในแอฟริกาใต้ ภาคแรกนั้นทำเงินไปไม่น้อยเลย(๘๙ ล้านเหรียญฯ) แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าหนังภาคต่อที่แม้จะได้คำวิจารณ์ที่ดีกว่าจะทำเงินไปไกลมากถึงขั้นนี้

ต่อไปนี้คือเหตุผลที่ Wolf Warrior 2 ประสบความสำเร็จ และตลาดหนังจีนยังคงรุ่งโรจน์เข้าสู่โอกาสที่จะกลายเป็นตลาดหนังที่ใหญ่ที่สุดของโลก ผิดกับตลาดหนังในสหรัฐอเมริกาที่ซบเซาเพราะการแข่งขันเชิงรุกจากบริการดูหนังแบบสตรีมมิ่ง

Wolf Warrior 2

เพราะมันเป็นหนังปลุกใจชาวจีนที่ไร้คู่แข่ง
ทุกๆ ปีหนังในประเทศจะมีการผลิตหนังที่มีแนวคิดชาตินิยมปลุกใจคนในประเทศอยู่ทุกปี แต่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหนังในประเทศยังไม่มีหนังแนวนี้ที่โดดเด่นออกฉายสักเรื่อง ส่วนใหญ่หนังที่ดังๆ เป็นหนังแฟนตาซี หนังตลก หรือหนังแอ๊คชั่นปนตลกทั้งสิ้น อีกทั้งที่ผ่านมายังไม่มีหนังเรื่องไหนในประเทศที่สามารถทำเงินได้น่าพอใจนับตั้งแต่ช่วงตรุษจีน คนดูกำลังรอหนังที่มีคุณภาพและสร้างความบันเทิงให้ได้ การมา Wolf Warrior 2 จึงกลายเป็นหนังแนวนี้ที่เข้าฉายโดยไร้คู่แข่ง
เพราะมันแสดงภาพลักษณ์อันเกรียงไกรของกองทัพจีน
หลู่เผิง นักวิจัย ด้านภาพยนตร์และวัฒนธรรมของ Shanghai Academy of Social Sciences กล่าวว่าเหตุผลสำคัญที่หนังประสบความสำเร็จเพราะมันจับประเด็นชาตินิยมที่เปลี่ยนแปลงไปของชาวจีน เพราะในขณะที่หนังชาตินิยมแบบเดิมมักเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ย้อนยุค หนังแอ๊คชั่นเรื่องนี้กลับอิงกับเหตุการณ์ในช่วงเวลาปัจจุบัน ซึ่งตัวเอกแสดงให้เห็นถึงฝีมือของหน่วยรบ และความเกรียงไกรของกองทัพชาวจีนที่เข้าถึงได้มากกว่าเรื่องราวของคนยุคก่อน อีกทั้งหนังยังเข้าฉายในช่วงครบรอบ ๙๐ ปีของการสถาปนากองทัพปลดปล่อยประชาชนในประเทศจีนอีกด้วย
เพราะมันมีความบันเทิงด้วยฉากแอ๊คชั่นที่ยอดเยี่ยม
หนังได้รับคำชมในส่วนของฉากแอ๊คชั่นที่ได้มาตรฐานทัดเทียมฮอลลีวู้ดจากทีมงานระดับสกาล ไม่ว่าจะเป็นกำกับฉากต่อสู้โดย แซม ฮาร์กรีฟส์ และ ออกแบบท่าต่อสู้โดย อารอน โทนี่ย์(Captain America: Civil War) และเทคนิคพิเศษด้านภาพโดย ไรอัน ดี.โรเมโร่(Spider-Man: Homecoming) รวมถึงมันยังแสดงโดย อู๋จิง แอ๊คชั่นสตาร์อายุ ๔๓ ปี ที่เล่นหนังมา ๒๐ ปี เขาคือหนึ่งในเด็กปั้นของ ฉีเคอะและหยวนวูปิงแต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในบทนำจริงๆ สักครั้ง เพิ่งจะมี Wolf Warrior ภาคแรกนั่นเองที่ทำเงินในจีน จึงรับประกันได้ถึงการแสดงบทแอ๊คชั่นที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ดาราที่โด่งดังกว่าอย่าง เฉินหลง หรือ ดอนนี่ เยน โดยงานชิ้นนี้ยังเป็นงานกำกับของเขาเองอีกด้วย
เพราะมันแสดงถึงฮีโร่แบบปัจเจก
หยู่ยู่ซาน รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหารของ Dadi Film Group กล่าวว่าหนังสร้างควมประทับใจให้กับผู้ชมเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่หนังในประเทศสร้างฮีโร่ที่ราวกับมาจากหนังฮอลลีวู้ดได้สำเร็จ “ภาพลักษณ์ของประเทศจีนในทั่วโลกต่างไปจากเดิมแล้วครับ และผู้คนรู้สึกได้ถึงเรื่องนี้จริงๆ” เขาเสริมว่าในอดีตหนังแนวชาตินิยม มักเน้นเรื่องความสามัคคีหรือร่วมแรงร่วมใจกัน(และมักหนีไม่พ้นการถูกครหาว่าเป็นหนังโฆษณาชวนเชื่อพรรคคอมมิวนิสต์ เช่น The Founding of a Republic ในปี ค.ศ.๒๐๐๙) แต่ Wolf Warrior 2 ต่างออกไป มันเป็นหนังที่แสดงความเป็นฮีโร่แบบปัจเจก เช่นเดียวกับชาวจีนที่มีลักษณะมีรูปแบบชีวิตดังกล่าวมากขึ้น และเติบโตพอจะรับรู้ถึงมุมมองนี้แล้ว
เพราะทำเงินในเมืองเล็กได้ด้วย
ไม่ใช่แค่สร้างปรากฎการณ์ทำเงินเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ อย่างปักกิ่ง หรือเซี่ยงไฮ้ แต่ในเมืองเล็กๆ ยังทำเงินได้ดีมากอีกด้วย ซึ่งหยู่ยู่ซาน ให้เหตุผลว่า “คนในเมืองเล็กๆ ดูหนังฮอลลีวู้ดสไตล์ฮีโร่ข้ามาคนเดียวไม่มากนัก และพอเป็นในประเทศก็ช่วยดึงดูดความสนใจมากขึ้น”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sarakadee.com…

รีวิวอวสาน โมเอะ เล่าเรื่องที่แสนขัดแย้งกัน น่ารัก เลือดสาด มันอาร์ตมาก

รีวิวอวสาน โมเอะ คือหนังญี่ปุ่นที่สร้างนิยาย เล่าเรื่องที่แสนขัดแย้งกัน มีแต่สาวคาวาอี้สุดโมเอะแต่ถูกฆาตกรรมสุดสยอง

รีวิวอวสาน โมเอะ เรื่องแสนงุนงงทั้งเรื่อง และดนตรีประกอบสุดเพราะ ห่างหายจากโรงหนังไปหลายวัน ได้เวลาเข้าโรงหนังอีกแล้ว สัปดาห์มีโอกาสดีๆ ได้ไปรับชมหนังที่นับว่าประหลาดโลกและน่าดูสุดๆ ในเวลาเดียวกัน เมื่อตัวอย่างแสดงให้เห็นว่า พล็อตของหนังคือการมีเด็กสาวๆ ชาวญี่ปุ่นน่ารักๆ ปรากฏอยู่ในนั้น แต่ขัดแย้งกับภาพที่โหดสุดๆ เลือดสาดกระจายเต็มจอ แต่ไม่รู้หรอกว่า ที่มาที่ไปมันเป็นยังไง แต่ตัวอย่างอันนั้นก็ทำให้เรารู้สึกไปแล้วว่า “อยากดูมากๆ”

Tag อวสาน…โมเอะ

ใช่แล้ว วันนี้ ได้เข้าโรงหนังไปดู Tag (อวสาน…โมเอะ)’ หนังญี่ปุ่น ที่ช่างมีพล็อตที่เฉพาะตัว ที่ไม่น่าจะมีชาติใดคิดพล็อตแบบนี้ ส่วนผสมแบบนี้ได้ นอกจากญี่ปุ่น ชาติที่เต็มไปด้วยสาวๆ สายพันธุ์โมเอะ เต็มไปด้วยอุตสาหกรรมหนังสือการ์ตูนที่มีขนาดใหญ่มาก มากพอจะคิดสร้างพล็อตประหลาดโลกออกมาได้

และทำไมหนังญี่ปุ่นจะมีลักษณะแบบนั้นบ้างไม่ได้

รีวิวอวสาน โมเอะ

สร้างมาจากนิยายชื่อ ‘Riaru Onigokko’ ของ Yusuke Yamada

เรื่องย่อหนัง อวสาน…โมเอะ’
หนังเรื่องนี้ จะว่าไปแล้วการเล่าเรื่องย่อช่างเป็นอะไรที่ยากมาก ด้วยเพราะถ้าเล่ากันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ดูท่าจะเป็นการสปอยล์หนังเป็นแน่แท้ เพราะฉะนั้น จึงต้องเล่ากันแบบผิวเผินไม่พยายามแตะอะไรโดยไม่จำเป็น ซึ่งก็ไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นเรื่องย่อรึเปล่านะ

เรื่องราวที่เกิดกับเด็กสาวคนหนึ่ง ที่ไปเจอเอากับเหตุการณ์ประหลาด เมื่อเพื่อนๆ ของเธอถูกฆาตกรรมคร่าชีวิตไปอย่างแปลกประหลาด ที่ประหลาดแล้วก็ประหลาดอีก เมื่อโลกที่เธอได้พบเจอนั้น ไม่ได้มีผู้ชายเลยสักคน และมีแต่กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วจนเธอจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าอะไรมันคืออะไร

เหตุการณ์อันน่าฉงนนั้นเกิดขึ้นกับ มิตซูโกะ (รับบทโดย Reina Triendl/เรนะ ทรินเดิล จาก Ju-On: Beginning of the End) ที่กลายเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวในเหตุภัยจากลมมรณะ ก่อนที่จะวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปเจอกับโรงเรียนแห่งใหม่ และต้องประหลาดเมื่อเพื่อนๆ รู้จักเธอ

รีวิวอวสาน โมเอะ

แต่เธอกลับไม่รู้จักใคร

ซึ่งมันไม่ใช่แค่นั้นหรอก เพราะไม่นาน พวกเธอต้องหลบหนีภัยครั้งใหม่อย่างหัวซุกหัวซุนอีกครั้ง โดยที่ก็ยังไม่เข้าใจว่าเรื่องราวมันมีที่มาที่ไปยังไง

แค่นั้นมันยังไม่พอ เมื่อมันยังมีเรื่องของ เคโกะ (Mariko Shinoda/มาริโกะ ชิโนดะ สาวน้อยไอดอลจากวง AKB48) หญิงสาวที่กำลังเข้าพิธีวิวาห์กับชายหนุ่มผู้ที่เธอยังไม่รู้จักหน้าค่าตา และ อิซึมิ (Erina Mano/เอรินะ มาโนะ นักร้องเพลงป็อปที่เคยอยู่ในวง Hello! Project) สาวนักวิ่งที่รายล้อมด้วยเพื่อนฝูงมากมายที่มาให้กำลังใจเธอ

และเราต้องตามหากันว่า พวกเขาต่างมีจุดร่วมกันอย่างไร และอะไรคือเบื้องหลังของเหตุแปลกประหลาดเลือดสาดดังกล่าว

วิจารณ์หนัง รีวิวหนัง  อวสาน…โมเอะ’
นานๆ เราจะได้เห็นพล็อตและการดำเนินเรื่องที่เท่ ขัดแย้ง และประหลาดเช่นนี้ ก็จะลองแยกย่อยเป็นข้อๆ เอาก็แล้วกัน

สาวน่ารักเยอะมากกกก
ขึ้นชื่อพาดหัวมาซะเช่นนี้ “อวสาน…โมเอะ” มันย่อมต้องมีสาวญี่ปุ่นน่ารักๆ อยู่ในหนังเต็มเรื่องอยู่แล้ว และเราก็พบว่า ทั้งเรนะ ทรินเดิล, มาริโกะ ชิโนดะ และเอรินะ มาโนะ ต่างก็ทำหน้าที่ตัวละครโมเอะของตัวเองได้อย่างเต็มที่ แถมยังน่ารักเกินร้อย เพราะแต่ละคนต่างก็มีดีกรีรับประกันความน่ารักกันมาคนละอย่าง

รีวิวอวสาน โมเอะ

โปสเตอร์ เวอร์ชั่นไทย  อวสาน…โมเอะ โปสเตอร์ เวอร์ชั่นญี่ปุ่น Tag อวสาน…โมเอะ

หลายฉากในหนังก็พยายามจะเซอร์วิสหนุ่มๆ อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะฉากที่โชว์ชุดชั้นในนั่นไงครับท่าน

ดนตรีประกอบสุดเพราะ
จุดที่โดดของหนังเรื่องนี้ที่เห็นและได้ยินอย่างเด่นชัด คือ ดนตรีประกอบ ที่บางครั้งก็เป็นดนตรีสไตล์เร่งเร้าผสมผสานเครื่องสายสร้างอารมณ์หลอนระทึกได้พอประมาณ แต่บางคราวก็หันมาผ่อนคลายแบบเพราะพริ้งกับเสียงบรรเลงของกลอง-กีตาร์-เบส จนรู้สึกได้ว่า หนังเรื่องนี้ พาร์ทของดนตรีประกอบนั้น “จ๊าบมาก”

เท่าที่ดูจากเครดิต น่าจะมีผลงานของ MONO และ GLIM SPANKY คงต้องลองไปหามาฟังกันดู

พล็อตประหลาดโลกที่เปิดให้ตีความ
หนังเริ่มต้นก็เข้าเรื่องอย่างรวดเร็วด้วยการที่สร้างความงุนงงแกมรุนแรงฟุ้งคาวเลือดให้กับผู้ชม โดยไม่ได้บอกอะไรกับพวกเรามากนัก แถมยังไม่อาจจะคาดเดาอะไรได้เลยอีกต่างหาก ไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น แถมยังไม่รู้เลยด้วยว่าอะไรมันเป็นอะไร ทำไมตัวละครต้องพบเจอกับสิ่งเหล่านั้น

ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป หนังก็เริ่มจะเริ่มจะบอกข้อมูลเรามากขึ้น แต่ก็เหมือนเดิม ยังคงสาดใส่สสารแห่งความงุนงงให้เราอยู่เช่นเคย ข้อมูลที่เข้ามาใหม่เหมือนจะช่วยให้เรารู้เพียงเลาๆ แต่ไม่อาจจะกระจ่างอะไรได้ จนผ่านไปถึงตอนท้ายของเรื่อง

ระหว่างทางหนังเหมือนสอดแทรกข้อความอะไรบางอย่างเข้ามาแบบซ้ำๆ เหมือนจะบอกเป็นนัยๆ แต่ไม่อยากให้เรารับรู้ ให้เรางงกันไปถึงตอนจบ หนังอาจจะอยากพูดถึงการเหยียดเพศที่บังเกิดในสังคมโดยเฉพาะในสังคมญี่ปุ่น อาจจะอยากพูดถึงการตายแล้วเกิดใหม่ที่ไม่เคยรู้จบ อาจพูดถึงตัวตน พูดถึงชีวิตคนที่ถูกชักนำด้วยสิ่งต่างๆ ซึ่งก็เหมือนจะมีอีกหลายอย่างที่ชักชวนให้ขบคิดกันต่อว่า จริงๆ แล้วหนังจะบอกอะไรกับเรากันแน่

ชีวิตเหมือนความฝัน อย่าให้มันกลืนกินเรา

———————————-

ชื่อภาพยนตร์: Tag Riaru onigokko / อวสาน…โมเอะ
ผู้กำกับภาพยนตร์: ชิอน โซโนะ/Shion Sono
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Yusuke Yamada (based on the original story by), Shion Sono
นักแสดงนำ: Reina Triendl, Mariko Shinoda, Erina Mano, Mao Aso, Sayaka Isoyama
แนว/ประเภท: Horror
ความยาว: 85 นาที
เรท: ไทย/น18+ , MPAA/
ประเทศ: ญี่ปุ่น
สัดส่วนภาพ: วันเข้าฉายในประเทศไทย: 5 พฤศจิกายน 2558
ผู้ผลิต/ผู้จัดจำหน่าย/สตูดิโอ: Asmik Ace Entertainment, NBCUniversal Entertainment, Sedic Deux, Mono Film

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.patsonic.com…