หนังผีไทยน่าดู หนัง ส่อง ส่ง ผี – Song Song Phee

หนัง Song-Song-Phee

หนังผีไทยน่าดู

หนังผีไทยน่าดู

หนังผีไทยน่าดู เรื่องย่อหนัง

หนัง Song-Song-Phee หรือชื่อไทยว่า ส่อง ส่ง ผี เมื่อคำสาปแห่งความตาย กลายเป็นมรดกของตระกูล ส่องส่งผี : เป็นเรื่องราวของ “อ้อม” พร้อมผองเพื่อนในเมืองหลวง เดินทางไปเยี่ยมญาติคนสุดท้ายของเธอ ที่อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร แต่พวกเขากลับต้องพากันไปพบเรื่องราวที่เหนือการคาดคิด เขย่าขวัญจนยากเกินกว่าที่พวกเขาจะหวนคืนกลับได้ นอกจากต้องเดินหน้าท้าชนกับสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวนั่น เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับ ถูกหลอกหลอนด้วยฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่หาคำตอบไม่ได้ และมันไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เมื่อพวกเขาได้รู้ว่า มันคือคำสาปแช่ง เป็นคำสาปแห่งความตาย !!! ภาพยนตร์ ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของ “ชนเผ่าไทกะโซ่” ที่นับถือบูชา “ผีฟ้าพญาแถน” โดยการรับช่วงสืบทอดต่อ จะด้วยความเต็มใจหรือไม่เต็มใจก็ตาม แต่ไม่สามารถปฏิเสธหรือหลบเลี่ยงมันได้… i99bet

ขอบคุณแหล่งที่มา https://movie.thaiware.com…

รีวิวภาพยนต์ Friend Zone : ระวัง สิ้นสุดทางเพื่อน

Friend Zone 

รีวิวภาพยนต์Friend Zone 1

รีวิวภาพยนต์  Friend Zone : ระวัง สิ้นสุดทางเพื่อน

หน้าหนังยังคงมาในสไตล์โรแมนติก-คอมมีดี้ แนวถนัดของ GDH แต่เมื่อได้ชมกับรู้สึกว่าชีวิตรักของตัวละครหลักทั้งปาล์ม และ กิ๊ง กลับไม่ได้ดำเนินมาบนเส้นทางที่พบกับความสุขหอมหวานเลยนะ ตรงกันข้ามกลับเต็มไปด้วยน้ำตา บทกิ๊งของใบเฟิร์น ร้องไห้แทบทั้งเรื่อง เริ่มตั้งแต่จับได้ว่าพ่อแอบมีเมียน้อย รู้สึกเก้อ ๆ เขิน ๆ เมื่อปาล์มเผยความรู้สึกกับกิ๊งว่าเป็นแค่เพื่อนตั้งแต่ในวัยมัธยม คบกับแฟนรุ่นพี่มา 10 ปีก็ไปมีกิ๊ก จนกระทั่งมาคบกับพี่เท็ด บทของเจสัน ยัง ก็เป็นความรักที่ดำเนิน ไปบนความหวาดระแวง วิตกกังวลตลอดเวลาว่าพี่เท็ดจะนอกใจ ต้องตามสืบอยู่ตลอดเวลา ส่วนปาล์มก็กลายเป็นสจ๊วตเจ้าเสน่ห์ มีสาว ๆ ไม่ขาดสาย แต่ก็ไม่ได้มีความสุขสมหวังสักคน เพราะแม้แต่ปากจะบอกกับกิ๊งว่าเป็นเพื่อนแต่ก็แอบรักแอบหวัง อยู่เสมอ แค่กิ๊งโทรหาปาล์มก็รีบแจ้นไปหาทุกที่ทุกเวลา แม้จะอยู่ต่างประเทศ เหมือนว่าโจทย์ถูกบังคับให้หนังจะต้องออกมาเป็นโรแมนติก-คอมมีดี้ แม้ว่าเนื้อหาบนชะตากรรมตัวละครจะเศร้าปานใด หนังก็เลยยัดเยียดมุกลงไปให้เกิดเสียงหัวเราะได้ทุก ๆ 5 นาที

 

หลายมุกทีเล่นกับสถานการณ์กระอักกระอ่วน เก้อเขิน ก็ได้ผลดี มุกที่มากับบทสนทนาแซวจิกกัดก็ได้เสียงหัวเราะไปเสียทุกครั้ง แต่บางมุกก็ฝืนเกินไป เหมือนมุกในละครหัวค่ำ อย่างตอนปาล์มเอาช็อคโกแลตลาวามาทารอบปากแทนหนวดเคราเพื่อล้อเลียนพี่เท็ด มุกที่ปาล์มแต่งเนื้อร้องแซวกิ๊งใส่ทำนองเพลง “คิดมาก” ก็ไม่ได้รู้สึกขำตาม หรือมุกลิงซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ก็ดูแล้วเหมาะกับหนังตลกสไตล์โก๊ะตี๋-น้าค่อมมากกว่านะ ถ้าไม่ต้องตั้งหน้าตั้งตาพยายามให้ตลก ลดระดับมุกต่าง ๆ ให้พอมีบ้าง แล้วไปขยี้เรื่องราวดราม่าของปาล์ม – กิ๊ง น่าจะพาไปถึงระดับน้ำตาแตกได้พอ ๆ กับ FANDAY เพราะตลอดเรื่องคนดูก็ได้รู้จักตัวตนของปาล์ม-กิ๊งมาพอดู ต่างก็ลุ้นให้คู่นี้ได้เปิดปากบอกความในใจกันเสียที ลุ้นให้ลงเอยกันเสียที i99bet  ซึ่งหนังก็เล่นกับเรื่องราวตรงนี้พอสมควร โดยเฉพาะฉากเปิดใจในห้องพักรีสอร์ท ทั้งใบเฟิร์นและนายต่างก็ทำหน้าที่ได้ดี กับฉากกดดันตึงเครียดทั้งบนจอทั้งในโรงที่ร่วมลุ้นว่าคู่นี้จะลงเอยกันอีท่าไหน สำหรับใบเฟิร์นนี่เก่งมากอยู่แล้วกับฉากอารมณ์แบบนี้ น้ำตาเหมือนสั่งได้เสมอ เป็นดาราสาวที่ร้องไห้แล้วดูน่าสงสารตลอด สำหรับนาย ณภัทร ที่เพิ่งรับงานแสดงเต็มตัวเรื่องแรกแล้วต้องมาเจอฉากอารมณ์แบบนี้ก็ถือว่าสอบผ่านนะครับ แม้ว่าหลาย ๆ ฉากจะโดนใบเฟิร์นดึงความสนใจไปหมด หนังมีฉากที่เล่นกับอารมณ์ได้เยอะมาก

 

ฉากนัดพบที่เจดีย์ชเวดากอง ฉากที่กิ๊งมาดักเจอปาล์มบนลู่จักรยาน แต่ทั้งหมดก็มาได้ในระดับอึน ๆ ตึง ๆ ยังไม่ถึงขั้นสะกิดต่อมน้ำตาได้ ถ้าผู้สร้างไม่ต้องห่วงว่าหนังจะต้องเป็นคอมมีดี้ แล้วจัดหนักกับฉากดราม่า เชื่อว่าองค์ประกอบของหนังที่ปูมาตั้งแต่ต้น กับความรักที่ไม่เจอกันสักทีของทั้งคู่ แล้วยิ่งเป็นเรื่องราวของเพื่อนรักเพื่อนที่เป็นประสบการณ์ใกล้ตัวหลาย ๆ คน ยิ่งเกินพอที่จะพาให้ฉากดราม่านี่ถึงขั้นน้ำตาแตกได้ง่าย ๆ แล้วหนังก็จะมีฉากจดจำได้มากกว่าที่เป็นอยู่นี้  การเล่าเรื่องก็ถือว่าเล่าอย่างมีลูกเล่นชั้นเชิง ไมได้เดินเรื่องแบบเส้นตรงแต่ถูกเล่าผ่านตัวปาล์มถึงชีวิตรักของเขาและกิ๊งตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน มีการเล่าสลับไทม์ไลน์ไปมา

แต่ก็ไม่ได้ชวนงง แถมมีลูกเล่นหักมุมตอนท้ายเล็ก ๆ กับบทสรุปความรักของทั้งคู่ สีสันอีกอย่างของหนังคือการใช้ประโยชน์จากอาชีพสจ๊วตของปาล์ม และการเดินสายบันทึกดนตรีนานาชาติของเท็ด เลยทำให้หนังออกแนวเยี่ยมเยียนประเทศเพื่อนบ้าน ก็เลยได้เห็นตัวละครบินไปบินมาในประเทศแถบนี้กันครบถ้วน พม่า ลาว เขมร เวียดนาม มาเลเซีย ฮ่องกง ฟิลิปปินส์

ซึ่งทีมงานก็หามุมสวย ๆ ประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้มาให้เราได้ดูกัน รวมไปถึงมุมสวย ๆ ในกระบี่ที่ดูแล้วก็อยากไปเที่ยวเหมือนกัน หนังอาจจะเรื่อย ๆ เปื่อย ๆ ในชัวโมงแรก  ที่เน้นหนักไปวีรกรรมสะกดรอยตามพี่เท็ด ที่ต้องมีปาล์มติดสอยห้อยไปด้วย แต่พอเข้าช่วงท้ายที่ปาล์มตัดสินใจก้าวข้ามกำแพงความเป็นเพื่อนไปแล้ว โทนหนังก็หนักขึ้นทันที ยิ่งทำให้คนดูต้องลุ้นหนักว่าบทหนังจะลงเอยแบบไหน

Friend Zone2

จะใจร้ายหรือใจดีกับตัวละคร  Friend Zone ก็ยังอยู่ในมาตรฐานของหนัง GDH และยังคงอยู่ในกลุ่มเดียวกับผลงานก่อนหน้าของผู้กำกับหมู ชยนพ ที่เคยกำกับ เมย์ไหน…ไฟแรงเฟร่อ , Suck Seed ห่วยขั้นเทพ ซึ่งมีมุกให้ได้หัวเราะพอขำ ๆ คิก ๆ ได้ทั้งเรื่อง แต่ก็ไม่มีมุกถึงขั้นฮาแรง ๆ ชวนจดจำ เช่นเดียวกับพาร์ทดราม่าของหนังที่ก็ไมได้พาไปถึงขั้นเสียน้ำตา เป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงที่ได้ดูหนังที่มีภาพสวย ๆ เพลงเพราะ ได้สัมผัสเสน่ห์และความสามารถของใบเฟิร์น ที่ทำให้เราเดินยิ้มออกจากโรงได้ แม้จะไม่ได้เข้าคลาสเป็นหนังท็อป10 ของ GDH ก็ตาม

 

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.beartai.com…

Wolf Warrior 2 หนังดีของจีน ภาคต่อของหนังแอ๊คชั่นในปี ค.ศ.๒๐๑๕

Wolf Warrior 2

Wolf Warrior 2 หลังจากครึ่งปีที่ผ่านมาหนังจากประเทศจีนไม่ได้สร้างสถิติหวือหวาเหมือนปีที่ผ่านๆ มา ปล่อยให้ The Fate of The Furious ภาคต่อของหนัง

Wolf Warrior 2 รถเรื่องดังทำเงินในจีนไปเป็นอันดับ ๑ เดือนที่ผ่านมาก็เกิดหนังจีนที่ทำเงินอย่างถล่มทลายจนทำลายสถิติต่างๆ เป็นประวัติการณ์ได้อีกครั้ง

Wolf Warrior 2 เข้าฉายเมื่อ ๒๗ กรกฎาคมที่ผ่านมา และใช้เวลาเพียง ๑๒ วัน ก็สามารถทำเงินกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของจีนด้วยรายได้ถึง ๕๒๑ ล้านเหรียญฯ หรือ ๓,๕๐๐ ล้านหนวน เฉพาะในประเทศเท่านั้น แซงสถิติที่เคยทำไว้เมื่อปีก่อนของ Mermaid หนังตลกแฟนตาซีของ โจวซิงฉือ ไปได้อย่างสบายๆ (๕๒๐ ล้านเหรียญฯ) รายได้ดังกล่าวยังสูงกว่าหนังทำเงินสูงสุดในปีนี้ของสหรัฐอเมริกาอย่าง Beauty and The Beast เสียอีก(หนังรีเมคอนิเมชั่นกลายเป็นคนแสดงเรื่องดังกล่าวทำเงินเฉพาะในสหรัฐอเมริกาไป ๕๐๔ ล้านเหรียญฯ) ปัจจุบันหนังทำเงินไปแล้วถึง ๘๓๘ ล้านเหรียญฯ แม้ในตลาดโลกจะทำเงินเพียงน้อยนิด แต่ในตลาดหนังประเทศเดียว(ไม่รวมรายได้จากตลาดทั่วโลก) นี่คือหนังที่ทำเงินสูงสุดเป็นอันดับ ๒ ของโลก เอาชนะ Titanic และ Avatar เป็นรองเพียง Star Wars: The Force Awakens (๒๐๑๕ – ทำรายได้ในสหรัฐอเมริกา ๙๓๖ ล้านเหรียญฯ)

ด้วยรายได้ดังกล่าวทำให้หนังติดอันดับหนึ่งร้อยหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลโดยนับเป็นหนังที่สร้างนอกฮอลลีวู้ดเรื่องเดียวในทั้งหมดร้อยเรื่อง และประกาศเตรียมสร้างภาคสามต่อแล้ว

มันเป็นภาคต่อของหนังแอ๊คชั่นในปี ค.ศ.๒๐๑๕ ที่ใช้ทุนสร้าง ๓๐ ล้านเหรียญฯ i99bet เท่านั้นว่าด้วย เหลงเฟิง(อู๋จิง) ภาคนี้เล่าเหตุการณ์ต่อจากภาคก่อนหลังจากทหารหน่วยพิเศษได้ไปปราบปรามขบวนการค้ายาในเขตซินเจียง ภาคนี้เหลงเฟิงได้เข้าไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้ผลิตยารักษาโรคให้รอดพ้นจากการโจมตีของกองกำลังฝ่ายกบฎ และผู้ค้าอาวุธสงครามในแอฟริกาใต้ ภาคแรกนั้นทำเงินไปไม่น้อยเลย(๘๙ ล้านเหรียญฯ) แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าหนังภาคต่อที่แม้จะได้คำวิจารณ์ที่ดีกว่าจะทำเงินไปไกลมากถึงขั้นนี้

ต่อไปนี้คือเหตุผลที่ Wolf Warrior 2 ประสบความสำเร็จ และตลาดหนังจีนยังคงรุ่งโรจน์เข้าสู่โอกาสที่จะกลายเป็นตลาดหนังที่ใหญ่ที่สุดของโลก ผิดกับตลาดหนังในสหรัฐอเมริกาที่ซบเซาเพราะการแข่งขันเชิงรุกจากบริการดูหนังแบบสตรีมมิ่ง

Wolf Warrior 2

เพราะมันเป็นหนังปลุกใจชาวจีนที่ไร้คู่แข่ง
ทุกๆ ปีหนังในประเทศจะมีการผลิตหนังที่มีแนวคิดชาตินิยมปลุกใจคนในประเทศอยู่ทุกปี แต่ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหนังในประเทศยังไม่มีหนังแนวนี้ที่โดดเด่นออกฉายสักเรื่อง ส่วนใหญ่หนังที่ดังๆ เป็นหนังแฟนตาซี หนังตลก หรือหนังแอ๊คชั่นปนตลกทั้งสิ้น อีกทั้งที่ผ่านมายังไม่มีหนังเรื่องไหนในประเทศที่สามารถทำเงินได้น่าพอใจนับตั้งแต่ช่วงตรุษจีน คนดูกำลังรอหนังที่มีคุณภาพและสร้างความบันเทิงให้ได้ การมา Wolf Warrior 2 จึงกลายเป็นหนังแนวนี้ที่เข้าฉายโดยไร้คู่แข่ง
เพราะมันแสดงภาพลักษณ์อันเกรียงไกรของกองทัพจีน
หลู่เผิง นักวิจัย ด้านภาพยนตร์และวัฒนธรรมของ Shanghai Academy of Social Sciences กล่าวว่าเหตุผลสำคัญที่หนังประสบความสำเร็จเพราะมันจับประเด็นชาตินิยมที่เปลี่ยนแปลงไปของชาวจีน เพราะในขณะที่หนังชาตินิยมแบบเดิมมักเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ย้อนยุค หนังแอ๊คชั่นเรื่องนี้กลับอิงกับเหตุการณ์ในช่วงเวลาปัจจุบัน ซึ่งตัวเอกแสดงให้เห็นถึงฝีมือของหน่วยรบ และความเกรียงไกรของกองทัพชาวจีนที่เข้าถึงได้มากกว่าเรื่องราวของคนยุคก่อน อีกทั้งหนังยังเข้าฉายในช่วงครบรอบ ๙๐ ปีของการสถาปนากองทัพปลดปล่อยประชาชนในประเทศจีนอีกด้วย
เพราะมันมีความบันเทิงด้วยฉากแอ๊คชั่นที่ยอดเยี่ยม
หนังได้รับคำชมในส่วนของฉากแอ๊คชั่นที่ได้มาตรฐานทัดเทียมฮอลลีวู้ดจากทีมงานระดับสกาล ไม่ว่าจะเป็นกำกับฉากต่อสู้โดย แซม ฮาร์กรีฟส์ และ ออกแบบท่าต่อสู้โดย อารอน โทนี่ย์(Captain America: Civil War) และเทคนิคพิเศษด้านภาพโดย ไรอัน ดี.โรเมโร่(Spider-Man: Homecoming) รวมถึงมันยังแสดงโดย อู๋จิง แอ๊คชั่นสตาร์อายุ ๔๓ ปี ที่เล่นหนังมา ๒๐ ปี เขาคือหนึ่งในเด็กปั้นของ ฉีเคอะและหยวนวูปิงแต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จในบทนำจริงๆ สักครั้ง เพิ่งจะมี Wolf Warrior ภาคแรกนั่นเองที่ทำเงินในจีน จึงรับประกันได้ถึงการแสดงบทแอ๊คชั่นที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้ดาราที่โด่งดังกว่าอย่าง เฉินหลง หรือ ดอนนี่ เยน โดยงานชิ้นนี้ยังเป็นงานกำกับของเขาเองอีกด้วย
เพราะมันแสดงถึงฮีโร่แบบปัจเจก
หยู่ยู่ซาน รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายบริหารของ Dadi Film Group กล่าวว่าหนังสร้างควมประทับใจให้กับผู้ชมเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่หนังในประเทศสร้างฮีโร่ที่ราวกับมาจากหนังฮอลลีวู้ดได้สำเร็จ “ภาพลักษณ์ของประเทศจีนในทั่วโลกต่างไปจากเดิมแล้วครับ และผู้คนรู้สึกได้ถึงเรื่องนี้จริงๆ” เขาเสริมว่าในอดีตหนังแนวชาตินิยม มักเน้นเรื่องความสามัคคีหรือร่วมแรงร่วมใจกัน(และมักหนีไม่พ้นการถูกครหาว่าเป็นหนังโฆษณาชวนเชื่อพรรคคอมมิวนิสต์ เช่น The Founding of a Republic ในปี ค.ศ.๒๐๐๙) แต่ Wolf Warrior 2 ต่างออกไป มันเป็นหนังที่แสดงความเป็นฮีโร่แบบปัจเจก เช่นเดียวกับชาวจีนที่มีลักษณะมีรูปแบบชีวิตดังกล่าวมากขึ้น และเติบโตพอจะรับรู้ถึงมุมมองนี้แล้ว
เพราะทำเงินในเมืองเล็กได้ด้วย
ไม่ใช่แค่สร้างปรากฎการณ์ทำเงินเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ อย่างปักกิ่ง หรือเซี่ยงไฮ้ แต่ในเมืองเล็กๆ ยังทำเงินได้ดีมากอีกด้วย ซึ่งหยู่ยู่ซาน ให้เหตุผลว่า “คนในเมืองเล็กๆ ดูหนังฮอลลีวู้ดสไตล์ฮีโร่ข้ามาคนเดียวไม่มากนัก และพอเป็นในประเทศก็ช่วยดึงดูดความสนใจมากขึ้น”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sarakadee.com…

รีวิว BRIGHT – แฟนตาซีฉบับตำรวจห่ามของเดวิด เอเยอร์

รีวิว BRIGHT หลังถูกยิงจนบาดเจ็บสาหัส ดาร์ริล วอร์ด (วิล สมิธ) จำใจต้องทำงานกับ นิค จาโคบี (โจเอล เอ็ดเกอร์ตัน)

รีวิว BRIGHT ตำรวจเผ่าออร์คนอกคอกที่ถูกกล่าวหาว่าปล่อยคนร้ายเผ่าพันธุ์ตนเองหนีไป และท่ามกลางวิกฤติศรัทธานั้นทั้งคู่จำเป็นต้องร่วมมือกันปกป้อง ทิกก้า (ลูซี่ ฟราย) และไม้กายสิทธิของเธอจาก เลย์ลาห์ (นูมิ ราพาซ) ปีศาจเอลฟ์ที่หวังใช้ไม้กายสิทธิปลุกชีพเจ้าแห่งความมืดให้กลับมาครองโลก

รีวิว BRIGHT

หลังคว่ำไม่เป็นท่าจาก Suicide Squad (2016) หนังรวมเหล่าร้ายค่าย DC เดวิด เอเยอร์ ผู้คร่ำหวอดกับหนังตำรวจก็กลับมาหาแนวทางที่ตนคุ้นเคยเพราะแม้ BRIGHT จะถูกวางให้เป็นหนังแฟนตาซีแต่จุดศูนย์กลางของเรื่องคือเรื่องราวของตำรวจชั้นผู้น้อยที่ต้องต่อสู้กับการคอรัปชั่นขององค์กรและต่อสู้กับความต่างทางชาติพันธุ์จนได้กลิ่นอายจากงานเก่าๆอย่าง End of Watch (2012), Sabotage (2014) หรืองานเขียนบทสร้างชื่ออย่างTraining Day (2001) อยู่กลายๆ ซึ่งคราวนี้เอเยอร์จับมนุษย์มาทำงานกับออร์คโดยมีความหวาดระแวงทางชาติพันธุ์มาเป็นจุดขัดแย้งสำคัญซึ่งนอกจากจะทำให้เรื่องราวมีความเข้มข้นทั้งดราม่าจากตัวละครต่างขั้วแล้ว เอเยอร์ยังถือโอกาสหยิบจับเศษเสี้ยวของวรรณกรรมแฟนตาซีอย่าง The Lord of the Rings และ Harry Potter มาดีไซน์โลกของตัวละครเพื่อเป็นการเปรียบเปรย (Allegory) กับปัญหาชาติพันธุ์ในอเมริกาได้อย่างคมคายซึ่งเผ่าพันธุ์ออร์คก็แทบไม่ต่างจากคนผิวสีที่ถูกเหยียบหยามจากคนขาวในอเมริกาที่กลายเป็นประเด็นร้อนหลังการเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์นั่นเอง

รีวิว BRIGHT

และการที่ผมมีโอกาสได้ชม BRIGHT ในโรงภาพยนตร์ก็เป็นบทพิสูจน์ได้ดีสำหรับงานโปรดักชั่นของหนังที่ทั้งภาพและเสียงไม่ได้ด้อยไปกว่าหนังฉายโรงทั่วไปเลย มิหนำซ้ำคุณภาพอาจดีกว่าหนังบางเรื่องเสียอีกซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่กล้าหาญมากของเน็ตฟลิกซ์ที่ทุ่มทุนทำหนังฟอร์มใหญ่ขนาดนี้ลงสตรีมมิ่ง

ไม่เพียงเท่านั้นการดีงนักแสดงเกรดเออย่าง วิล สมิธ ที่เน้นเล่นแต่หนังบล็อคบัสเตอร์ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของหนังให้ดูมีมูลค่าประหนึ่งหนังฉายฟอร์มยักษ์ส่งท้ายปีอีกด้วย ซึ่งนักแสดงแต่ละคนนอกจาก วิล สมิธ ที่ยังคงเท่ในชุดตำรวจจนภาพจากหนัง Bad Boys ทั้งสองภาคกลับมาในความทรงจำของผมแล้ว

ความทุ่มเทของ โจเอล เอ็ดเกอร์ตันในบทตำรวจออร์คที่ต้องเมคอัพหน้าก่อนถ่ายครั้งละ 3 ชั่วโมงก็เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีถึงความทุ่มเทของนักแสดง ส่วนนักแสดงสาวอย่าง นูมิ ราพาซ ก็ต้องขอบอกว่าเธอเป็นผู้ร้ายที่เท่และมีเสน่ห์มาก จนทำให้ตลอดการชม BRIGHT คือความบันเทิงทั้งสำหรับแฟนหนังและแฟนดารานำของเรื่องอย่างแท้จริง

สำหรับใครที่มีบัญชีของ Netflix อยู่แล้วก็ไม่ควรพลาดสตรีม BRIGHT มาเป็นความบันเทิงส่งท้ายปีได้แล้ววันนี้ ส่วนคนที่ยังลังเลทาง Netflix ก็ให้สิทธิชมฟรี 1 เดือนแรกและยังมีโปรโมชั่นดีๆจากทาง AIS โดยสามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.beartai.com…

รีวิวภาพยนตร์ Insidious : The Last Key : ผูกมาดี คลี่ไม่สวย

รีวิวภาพยนตร์

รีวิวภาพยนตร์ มาถึงภาคที่ 4 วิญญาณก็ยังตามติด และเนื้อหาของหนังก็ยังคงเป็นวีรกรรมของมนุษย์ป้านักปราบผี เอลิส เรนเนียร์

รีวิวภาพยนตร์ ย้อนไปเล่าเรื่องราวของเอลิส ตั้งแต่ยังเด็กกันเลยว่าเธอมีพรสวรรค์แต่พ่อที่เป็นพัสดีคุมนักโทษกลับไม่รู้สึกปลาบปลื้มกับความสามารถเห็นผีของเธอและเฆี่ยนตีเอลิสทุกครั้งที่เธอบอกว่าเห็นผีที่คอยคุกคามอยู่ในบ้านของครอบครัว ผ่านมา 63 ปี เอลิสได้รับการจ้างวานให้ไปปราบผีอีกครั้ง แต่รอบนี้บังเอิญว่าเป็นเจ้าของบ้านคนใหม่ที่ย้ายมาอยู่ในบ้านสมัยเด็กของเอลิสและวิญญาณร้ายตัวเดิมยังคงวนเวียนอยู่ เอลิสตัดสินใจกลับไปจัดการฝันร้ายในอดีตอีกครั้ง

ลีห์ วานเนล คู่หูคู่ซี้ของผู้กำกับเจมส์ วาน ยังคงกลับมาในหน้าที่เขียนบทต่อเนื่องเป็นภาคที่ 4 และก็รับบทเป็น “สเปค” หนึ่งในทีมปราบผีและเป็นตัวปล่อยมุกให้กับหนัง ที่เข้าคู่กันได้ดีกับ ทัคเกอร์คู่หูร่างใหญ่นักประดิษฐ์ มีมุกแป้กที่ทัคเกอร์พยายามเล่นอยู่ 2 ครั้งในหนังคือมุกพ้องเสียง เธอเป็น psychic = ไซคิก (หมอผี) ส่วนพวกเราเป็น Side Kick = ไซด์คิก (ลูกสมุน,ลิ่วล้อ,ลูกกระจ๊อก) แต่ในหนังใช้คำว่า แม่หมอ-ลูกหมอ

ส่วนหน้าที่ผู้กำกับจากที่ลีห์ เคยกำกับเองในภาคที่แล้ว ภาคนี้ก็โยนหน้าที่ให้กับ อดัม โรบิเทล ผู้กำกับหนังสยองขวัญหน้าใหม่ ก็มาสานต่ออารมณ์สยองได้ต่อเนื่องดี มองในด้านหนังสยองขวัญหนังตอบสนองความต้องการของแฟนหนังแนวนี้ได้เต็มอิ่ม

รีวิวภาพยนตร์

เพราะหนังวางโจทย์มาว่าบ้านเก่าของเอลิสเต็มไปด้วยวิญณาณมากมาย ฉากลุ้นสะดุ้งก็เลยมาเต็ม ไม่ต้องให้เว้นช่วงกันนาน เดี๋ยวลุ้น เดี๋ยวลุ้น แทบปิดตากันทั้งเรื่องล่ะ ห้องใต้ดินยังคงถูกใช้เป็นสมรภูมิหลักของฉากสยองเหมือนกับอีกหนึ่งแสนสองหมื่นแปดพันเรื่องก่อนหน้านี้ ดีใจนะที่บ้านเราไม่นิยมสร้างห้องใต้ดินไว้ในบ้าน

โดยรวมความน่ากลัวของภาคนี้ถือว่าทำได้ใกล้เคียงกับ Annabelle Creation ที่ได้เสียงร่ำลือถึงบรรดาฉากสยองที่อัดมาแน่นสะใจคอหนังผี แต่จุดที่ชอบที่สุดในภาคนี้คือการเล่นล่อหลอกกับคนดูให้สับสนว่าที่เห็นอยู่นี่ตกลงเป็นคนหรือผี ก็ถือว่าเป็นจุดหักมุมเล็ก ๆ กลางเรื่องได้เหมือนกันนะ

แม้ว่าหนังจะย้ายจุดศูนย์กลางเรื่องจากเดิมที่เล่าเรื่องครอบครัวแลมเบิร์ต แล้วย้ายมาเล่าเรื่องของหมอผีเอลิส แต่หนังก็ยังคงไม่ทิ้งฉากท่องปรโลกที่เป็นประเด็นหลัก ของแฟรนไชส์ Insidious ดีหน่อยที่รอบนี้ลดความเป็นแฟนตาซีของฉากปรโลก แต่ทำให้ดูน่ากลัวมากขึ้นค่อยสมกับปรโลกหน่อย

รีวิวภาพยนตร์

บทหนังของลีห์ ทำได้ดีในการสร้างปริศนาต่าง ๆ นานา ให้ชวนติดตามใคร่รู้ถึงเบื้องหลังอันดำมืดของพ่อ ที่มาของผีแต่ละตัวในบ้าน จุดประสงค์ของผีกุญแจ การเผยเบื้องหลังของเจ้าของบ้านใหม่ ประเด็นที่ใส่เข้ามานี่เยอะมาก ไม่พอยังเพิ่มครอบครัวของน้องชายเข้ามาเพิ่มอรรถรสอีกในครึ่งหลัง ให้หลานสาวของเอลิสมีพรสวรรค์เห็นผีเช่นเดียวกับป้า

บอกได้เลยว่าแต่ละประเด็นที่ระดมใส่เข้ามาทำให้หนังเดินหน้าไปอย่างสนุกสนานน่าติดตาม ผูกชนวนไว้มากรอการเฉลย แต่พอมาถึงจุดคลี่คลายนี่สิ กลับเหมือนถูกทิ้งค้าง นอกจากการสะสางปัญหาที่ดูรวบรัดง่ายดายแล้ว ปริศนาอีกมากก็ถูกเพิกเฉยทิ้งไว้ ไม่ได้มีการอธิบาย ที่มาของผีกุญแจ ผีเด็กในบ้านหายไปไหน รวมถึงกิจกรรมโหดของพ่อก็ไม่ได้ถูกขยายแล้วสุดท้ายพ่อมีจุดจบอย่างไร ประเด็นเหล่านี้ล้วนถูกละทิ้ง แต่เลือกที่จะจบแบบดราม่าความรักความผูกพันในครอบครัว แล้วก็ขึ้นปมใหม่เพื่อไปสานต่อวีรกรรมครั้งหน้าของป้าเอลิสในภาค 5

ผู้กำกับ อดัม ก็คงมาตรฐานของหนังสยองขวัญในจักรวาลของเจมส์ วาน ไว้ได้ดี มีฉากให้ลุ้นกันถี่ยิบสะใจคอหนังแนวนี้ ตุ้งแช่ถี่ ๆ บิลท์กันทั้งเสียงทั้งภาพเอาให้มันสะดุ้งกันตายไปข้างหนึ่ง บทก็ปูมาดีป้าหลานแท็กทีมกันปราบผี มีคู่หูไฮเทคเป็นแบ๊คอัพ ผูกมาดีแล้วล่ะแต่มาเสียเอาตรงการแก้ปมเนี่ยล่ะ ที่เหมือนไม่รู้จะแก้ยังไงให้สวย ก็ปล่อยมันทิ้งไปเฉย ๆ ซะงั้น กลายเป็นข้อด้อยของภาคนี้ไป แต่จะว่าไปถ้ามองตามมาตรฐานของแฟรนไชส์ INSIDIOUS ก็ไม่ได้แย่ไรหนักหนาเพราะอย่างไรแฟรนไชส์นี้ก็เป็นรองกว่า The Conjuring อยู่แล้ว คนดู INSIDIOUS เองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาย ได้มาดูแล้วมีผีดุ ๆ โหด ๆ มีฉากให้ลุ้นสะดุ้งหนังก็มีให้ในระดับที่น่าพอใจ จากนี้ก็รอลุ้นต่อไปว่า เอลิส เรนเนียร์ จะครอสโอเวอร์ไปเจอกับผัวเมียปราบผีเอ็ด และ โลเรน วอร์เรน จาก The Conjuring ไหม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.beartai.com…

รีวิวอวสาน โมเอะ เล่าเรื่องที่แสนขัดแย้งกัน น่ารัก เลือดสาด มันอาร์ตมาก

รีวิวอวสาน โมเอะ คือหนังญี่ปุ่นที่สร้างนิยาย เล่าเรื่องที่แสนขัดแย้งกัน มีแต่สาวคาวาอี้สุดโมเอะแต่ถูกฆาตกรรมสุดสยอง

รีวิวอวสาน โมเอะ เรื่องแสนงุนงงทั้งเรื่อง และดนตรีประกอบสุดเพราะ ห่างหายจากโรงหนังไปหลายวัน ได้เวลาเข้าโรงหนังอีกแล้ว สัปดาห์มีโอกาสดีๆ ได้ไปรับชมหนังที่นับว่าประหลาดโลกและน่าดูสุดๆ ในเวลาเดียวกัน เมื่อตัวอย่างแสดงให้เห็นว่า พล็อตของหนังคือการมีเด็กสาวๆ ชาวญี่ปุ่นน่ารักๆ ปรากฏอยู่ในนั้น แต่ขัดแย้งกับภาพที่โหดสุดๆ เลือดสาดกระจายเต็มจอ แต่ไม่รู้หรอกว่า ที่มาที่ไปมันเป็นยังไง แต่ตัวอย่างอันนั้นก็ทำให้เรารู้สึกไปแล้วว่า “อยากดูมากๆ”

Tag อวสาน…โมเอะ

ใช่แล้ว วันนี้ ได้เข้าโรงหนังไปดู Tag (อวสาน…โมเอะ)’ หนังญี่ปุ่น ที่ช่างมีพล็อตที่เฉพาะตัว ที่ไม่น่าจะมีชาติใดคิดพล็อตแบบนี้ ส่วนผสมแบบนี้ได้ นอกจากญี่ปุ่น ชาติที่เต็มไปด้วยสาวๆ สายพันธุ์โมเอะ เต็มไปด้วยอุตสาหกรรมหนังสือการ์ตูนที่มีขนาดใหญ่มาก มากพอจะคิดสร้างพล็อตประหลาดโลกออกมาได้

และทำไมหนังญี่ปุ่นจะมีลักษณะแบบนั้นบ้างไม่ได้

รีวิวอวสาน โมเอะ

สร้างมาจากนิยายชื่อ ‘Riaru Onigokko’ ของ Yusuke Yamada

เรื่องย่อหนัง อวสาน…โมเอะ’
หนังเรื่องนี้ จะว่าไปแล้วการเล่าเรื่องย่อช่างเป็นอะไรที่ยากมาก ด้วยเพราะถ้าเล่ากันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ดูท่าจะเป็นการสปอยล์หนังเป็นแน่แท้ เพราะฉะนั้น จึงต้องเล่ากันแบบผิวเผินไม่พยายามแตะอะไรโดยไม่จำเป็น ซึ่งก็ไม่มั่นใจว่ามันจะเป็นเรื่องย่อรึเปล่านะ

เรื่องราวที่เกิดกับเด็กสาวคนหนึ่ง ที่ไปเจอเอากับเหตุการณ์ประหลาด เมื่อเพื่อนๆ ของเธอถูกฆาตกรรมคร่าชีวิตไปอย่างแปลกประหลาด ที่ประหลาดแล้วก็ประหลาดอีก เมื่อโลกที่เธอได้พบเจอนั้น ไม่ได้มีผู้ชายเลยสักคน และมีแต่กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วจนเธอจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าอะไรมันคืออะไร

เหตุการณ์อันน่าฉงนนั้นเกิดขึ้นกับ มิตซูโกะ (รับบทโดย Reina Triendl/เรนะ ทรินเดิล จาก Ju-On: Beginning of the End) ที่กลายเป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวในเหตุภัยจากลมมรณะ ก่อนที่จะวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปเจอกับโรงเรียนแห่งใหม่ และต้องประหลาดเมื่อเพื่อนๆ รู้จักเธอ

รีวิวอวสาน โมเอะ

แต่เธอกลับไม่รู้จักใคร

ซึ่งมันไม่ใช่แค่นั้นหรอก เพราะไม่นาน พวกเธอต้องหลบหนีภัยครั้งใหม่อย่างหัวซุกหัวซุนอีกครั้ง โดยที่ก็ยังไม่เข้าใจว่าเรื่องราวมันมีที่มาที่ไปยังไง

แค่นั้นมันยังไม่พอ เมื่อมันยังมีเรื่องของ เคโกะ (Mariko Shinoda/มาริโกะ ชิโนดะ สาวน้อยไอดอลจากวง AKB48) หญิงสาวที่กำลังเข้าพิธีวิวาห์กับชายหนุ่มผู้ที่เธอยังไม่รู้จักหน้าค่าตา และ อิซึมิ (Erina Mano/เอรินะ มาโนะ นักร้องเพลงป็อปที่เคยอยู่ในวง Hello! Project) สาวนักวิ่งที่รายล้อมด้วยเพื่อนฝูงมากมายที่มาให้กำลังใจเธอ

และเราต้องตามหากันว่า พวกเขาต่างมีจุดร่วมกันอย่างไร และอะไรคือเบื้องหลังของเหตุแปลกประหลาดเลือดสาดดังกล่าว

วิจารณ์หนัง รีวิวหนัง  อวสาน…โมเอะ’
นานๆ เราจะได้เห็นพล็อตและการดำเนินเรื่องที่เท่ ขัดแย้ง และประหลาดเช่นนี้ ก็จะลองแยกย่อยเป็นข้อๆ เอาก็แล้วกัน

สาวน่ารักเยอะมากกกก
ขึ้นชื่อพาดหัวมาซะเช่นนี้ “อวสาน…โมเอะ” มันย่อมต้องมีสาวญี่ปุ่นน่ารักๆ อยู่ในหนังเต็มเรื่องอยู่แล้ว และเราก็พบว่า ทั้งเรนะ ทรินเดิล, มาริโกะ ชิโนดะ และเอรินะ มาโนะ ต่างก็ทำหน้าที่ตัวละครโมเอะของตัวเองได้อย่างเต็มที่ แถมยังน่ารักเกินร้อย เพราะแต่ละคนต่างก็มีดีกรีรับประกันความน่ารักกันมาคนละอย่าง

รีวิวอวสาน โมเอะ

โปสเตอร์ เวอร์ชั่นไทย  อวสาน…โมเอะ โปสเตอร์ เวอร์ชั่นญี่ปุ่น Tag อวสาน…โมเอะ

หลายฉากในหนังก็พยายามจะเซอร์วิสหนุ่มๆ อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะฉากที่โชว์ชุดชั้นในนั่นไงครับท่าน

ดนตรีประกอบสุดเพราะ
จุดที่โดดของหนังเรื่องนี้ที่เห็นและได้ยินอย่างเด่นชัด คือ ดนตรีประกอบ ที่บางครั้งก็เป็นดนตรีสไตล์เร่งเร้าผสมผสานเครื่องสายสร้างอารมณ์หลอนระทึกได้พอประมาณ แต่บางคราวก็หันมาผ่อนคลายแบบเพราะพริ้งกับเสียงบรรเลงของกลอง-กีตาร์-เบส จนรู้สึกได้ว่า หนังเรื่องนี้ พาร์ทของดนตรีประกอบนั้น “จ๊าบมาก”

เท่าที่ดูจากเครดิต น่าจะมีผลงานของ MONO และ GLIM SPANKY คงต้องลองไปหามาฟังกันดู

พล็อตประหลาดโลกที่เปิดให้ตีความ
หนังเริ่มต้นก็เข้าเรื่องอย่างรวดเร็วด้วยการที่สร้างความงุนงงแกมรุนแรงฟุ้งคาวเลือดให้กับผู้ชม โดยไม่ได้บอกอะไรกับพวกเรามากนัก แถมยังไม่อาจจะคาดเดาอะไรได้เลยอีกต่างหาก ไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น แถมยังไม่รู้เลยด้วยว่าอะไรมันเป็นอะไร ทำไมตัวละครต้องพบเจอกับสิ่งเหล่านั้น

ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไป หนังก็เริ่มจะเริ่มจะบอกข้อมูลเรามากขึ้น แต่ก็เหมือนเดิม ยังคงสาดใส่สสารแห่งความงุนงงให้เราอยู่เช่นเคย ข้อมูลที่เข้ามาใหม่เหมือนจะช่วยให้เรารู้เพียงเลาๆ แต่ไม่อาจจะกระจ่างอะไรได้ จนผ่านไปถึงตอนท้ายของเรื่อง

ระหว่างทางหนังเหมือนสอดแทรกข้อความอะไรบางอย่างเข้ามาแบบซ้ำๆ เหมือนจะบอกเป็นนัยๆ แต่ไม่อยากให้เรารับรู้ ให้เรางงกันไปถึงตอนจบ หนังอาจจะอยากพูดถึงการเหยียดเพศที่บังเกิดในสังคมโดยเฉพาะในสังคมญี่ปุ่น อาจจะอยากพูดถึงการตายแล้วเกิดใหม่ที่ไม่เคยรู้จบ อาจพูดถึงตัวตน พูดถึงชีวิตคนที่ถูกชักนำด้วยสิ่งต่างๆ ซึ่งก็เหมือนจะมีอีกหลายอย่างที่ชักชวนให้ขบคิดกันต่อว่า จริงๆ แล้วหนังจะบอกอะไรกับเรากันแน่

ชีวิตเหมือนความฝัน อย่าให้มันกลืนกินเรา

———————————-

ชื่อภาพยนตร์: Tag Riaru onigokko / อวสาน…โมเอะ
ผู้กำกับภาพยนตร์: ชิอน โซโนะ/Shion Sono
ผู้เขียนบทภาพยนตร์: Yusuke Yamada (based on the original story by), Shion Sono
นักแสดงนำ: Reina Triendl, Mariko Shinoda, Erina Mano, Mao Aso, Sayaka Isoyama
แนว/ประเภท: Horror
ความยาว: 85 นาที
เรท: ไทย/น18+ , MPAA/
ประเทศ: ญี่ปุ่น
สัดส่วนภาพ: วันเข้าฉายในประเทศไทย: 5 พฤศจิกายน 2558
ผู้ผลิต/ผู้จัดจำหน่าย/สตูดิโอ: Asmik Ace Entertainment, NBCUniversal Entertainment, Sedic Deux, Mono Film

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.patsonic.com…

อัพเดต หนังเข้าใหม่เดือน กุมภาพันธ์ 2562 ต้อนรับเดือนแห่งความรัก

อัพเดต หนังเข้าใหม่ ครรักหนัง ชอบดูหนัง ต้องไม่พลาดอัพเดต หนังเข้าใหม่เดือน กุมภาพันธ์ 2562

อัพเดต หนังเข้าใหม่ เรามาดูกันว่าจะมี หนังประทับใจ เรื่องไหนที่ต้องจูงมือแฟนไปดู หรือชวนเพื่อนไปชม ในเดือนแห่งความรักนี้ เพื่อไม่ให้เสียเวลา ไปชม 4 หนังใหม่เรื่องเด็ด น่าดูที่เราคัดมาให้แล้วกัน !!

1.โคตรพยัคฆ์ หยิน หยาง (The Knight of Shadows: Between Yin and Yang)

อัพเดต หนังเข้าใหม่
หนังเข้าใหม่เดือน กุมภาพันธ์ 2562 เปิดเรื่องแรกต้อนรับตรุษจีนกันด้วย โคตรพยัคฆ์ หยิน หยาง หนังจัดเต็มเอฟเฟคตระการตาเหนือจินตนาการ อีกหนึ่ง หนังประทับใจ ของคนรักภาพยนตร์แนวแฟนตาซี นำแสดงโดย แจ็คกี้ ชาน หรือ เฉินหลง รับบทเป็น “ซงหลิง” นักล่าอสูรที่แฝงกายมาเป็นมนุษย์โลก และมีอาวุธประจำกาย คือ พู่กันวิเศษ ที่จะออกมาวาดลวดลายการต่อสู้ที่แตกต่างจากเดิมไปโดยปริยาย ซึ่งจะได้ชมความสวยงามของเมืองจีนในภาพยนตร์นี้อย่างเต็มอิ่ม ใครเป็นแฟนเฉินหลงต้องไม่พลาดแล้วค่ะ

แนวภาพยนตร์ : แอ็คชั่น/แฟนตาซี
กำหนดเข้าฉาย : 5 กุมภาพันธ์ 2562
คะแนนความน่าดู : ★★★★

2.อลิตา แบทเทิล แองเจิ้ล (Alita: Battle Angel)

อัพเดต หนังเข้าใหม่
สัมผัส หนังเข้าใหม่เดือน กุมภาพันธ์ 2562 ภาพยนตร์แนวแอ็คชั่น-ไซไฟ ปรับมาจากการ์ตูนญี่ปุ่น อำนวยการสร้างโดยเจมส์ คาเมรอน บอกเล่าเรื่องราวแห่งโลกอนาคตศตวรรษ 26 กับเรื่อง Alita: Battle Angel ไซบอร์กสาว “อลิตา” (รับบทโดย โรซา ซาลาซาร์) ที่ถูกเก็บมาและจำอดีตเกี่ยวกับตัวเธอไม่ได้ หลงเหลือเพียงแค่ความทรงจำเกี่ยวกับทักษะการต่อสู้เท่านั้น เอาเป็นว่าอลิตาจะต้องตามหาตัวตน พร้อมกับปราบเหล่าร้ายที่มุ่งจะทำร้ายเธอและคนที่เธอรัก ภาพยนตร์เรื่องนี้สาวโรซาจะต้องกลายเป็นอนิเมชั่นตลอดทั้งเรื่องช่างดูแปลกตาดีเหมือนกันนะ

แนวภาพยนตร์ : แอ็คชัน/ผจญภัย/โรแมนติก/ไซไฟ
กำหนดเข้าฉาย : 14 กุมภาพันธ์ 2562
คะแนนความน่าดู : ★★★★

3.Friend Zone ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน

อัพเดต หนังเข้าใหม่
มาถึงคิว หนังเข้าใหม่เดือน กุมภาพันธ์ 2562 กับภาพยนตร์ไทย ค่ายหนังอารมณ์ดี GDH สำหรับ หนังประทับใจ Friend Zone ระวัง.. สิ้นสุดทางเพื่อน ฉายต้อนรับวันแห่งความรักวาเลนไทน์ คุณจะได้ชมโมเมนต์น่ารักๆ กุ๊กกิ๊ก ระหว่าง “ปาล์ม” สจ๊วตหนุ่มสุดหล่อสาวกริ๊ด (รับบทโดย นาย ณภัทร เสียงสมบุญ) ที่แอบรักเพื่อนอย่าง “กิ๊ง” (รับบทโดย ใบเฟิร์น พิมชนก ลือวิเศษไพบูลย์) สาวน้อยนักเดินทางตามหารักแท้ แต่ความรักแท้มันตามหาไม่ง่ายหน่ะสิ !! เอาเป็นว่า เรื่องราวจะเป็นอย่างไรคงต้องตามลุ้นกันต่อในโรงภาพยนตร์ว่า “การแอบรักเพื่อนครั้งนี้จะสมหวังหรือไม่?” ดูจากทีเซอร์ในเรื่องนี้ยังมีนักแสดงหนุ่มหล่ออีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น เจสัน ยัง, เบน เบนจามิน วาร์นี, เบสท์ ณัฐสิทธิ์ โกฏิมนัสวนิชย์ และส้วม สุขพัฒน์ โล่วัชรินทร์ รับรองว่าจะมาสร้างเสียงหัวเราะเติมความสุขในวันพิเศษๆ ได้เป็นอย่างดี

แนวภาพยนตร์ : รักโรแมนติก/คอมเมดี้
กำหนดเข้าฉาย : 14 กุมภาพันธ์ 2562
คะแนนความน่าดู : ★★★★★

4.พี่นาค

อัพเดต หนังเข้าใหม่
“เมื่อนาค เป็นผี” หนังเข้าใหม่เดือน กุมภาพันธ์ 2562 ตัดอารมณ์ให้แตกต่างด้วยภาพยนตร์ไทยสยองขวัญปนฮา บอกเล่าเรื่องราวอาถรรพ์ “ตำนานในวัดนี้ไม่มีใครเคยได้บวชเป็นพระ เพราะคนมาบวชใหม่ก็จะตายตอนเป็นนาคทุกคน” เมื่อ “โหน่ง” (รับบทโดย ออกัส-วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์) หนุ่มดวงซวยอยากบวชอุทิศส่วนกุศลในวันนี้ พร้อมกับกะเทยคู่หูที่บอกว่าถ้าถูกหวยจะยอมบวชอย่าง “เฟิร์ส” (รับบทโดย เจมส์ ภูวดล เวชวงศ่า) และ “บอลลูน” (รับบทโดย เอม วิทวัส รัตนบุญบารมี เน็ตไอดอลสายฮา เอม ตามใจตุ๊ด) ที่ตั้งใจมาบวชล้างซวยแต่ต้องมาเจอกับ ผีนาคสุดเฮี้ยน (รับบทโดย ชิน ชินวุฒิ) และพ่วงด้วยสาว พลอยชมพู ญานีน ที่มาแสดงร่วมด้วp ดูจากทีเซอร์แล้วพี่นาคมีทั้งสนุกและน่ากลัวพร้อมๆ กัน

แนวภาพยนตร์ : หนังตลก/สยองขวัญ
กำหนดเข้าฉาย : 21 กุมภาพันธ์ 2562
คะแนนความน่าดู : ★★★

เรียกได้ว่ามีครบทุกแนวกับ 4 หนังใหม่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่เราคัดมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ เอาเป็นว่า ถูกใจเรื่องไหนก็ตีตั๋วไปดูได้เลย…